นายนิโรธ กล่าวว่าส่วนเรื่องความเร็วรถยนต์นั้น ตำรวจให้ข้อมูลว่า มีหน่วยงานที่ตรวจสอบความเร็ว 3 หน่วย
1. กองพิสูจน์หลักฐาน ใช้หลักฟิสิกส์ ดูหลักการปะทะจะมีความเร็วความแรงแค่ไหน ผลเบื้องต้นพบ น่าจะมีความเร็วเกิน 80กม./ชม.
2. อาจารย์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือใช้หลักวิศวกรคำนวณจากกล้องวงจรปิด พบความเร็วอยู่ที่ 80กม./ชม.
3. อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้หลักวิศวกรคำนวณจากกล้องวงจรปิดเช่นกัน พบความเร็ว 177กม./ชม.
เมื่อข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญความเร็วต่างกันอัยการจึงเชิญกองพิสูจน์หลักฐานและอาจารย์จุฬาฯ มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ทั้ง2หน่วยงานยอมรับว่า น่าจะคำนวณความเร็วผิดพลาด เพราะไม่ได้หักลบค่าเลนส์ที่กล้อง อัยการจึงเห็นว่าควรหาประจักษ์พยานเพิ่มเติม เป็นเหตุให้มีพยานเพิ่มอีก 2 ปากคือ
1.นายจารุชาติ มาดทองเป็นพยานที่อยู่ในสำนวนแต่แรกอแล้ว และยืนยันว่าผู้ต้องหาขับรถไม่น่าจะเร็ว
2.พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตรเป็นพยานที่อัยการให้ตำรวจไปสอบเพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาขอให้ตำรวจสอบพยานรายนี้แต่ตำรวจบอกว่า ทำสำนวนเสร็จแล้ว ถ้าจะให้สอบเพิ่มให้ไปร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการ เพื่อให้มีคำสั่งสอบพยานเพิ่มเติมในที่สุดอัยการสั่งให้สอบพยานรายนี้เพิ่มเติม จนนำไปสู่ประเด็นข่าวอย่างที่ออกมา
อย่างไรก็ตาม กมธ.มองว่า คดีนี้ ไม่น่าจะถูกต้อง ไม่น่าจะชอบธรรมจึงฝากข้อสังเกตไปยังตำรวจให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ขาดตกบกพร่องอยู่