ตอนนี้อยู่เป็นผัวเมียกันแล้ว?
กุ๊ก : "ใช่ครับ"
อยากมีลูกมั้ย?
กุ๊ก : "อยากมีลูกครับ"
แฟนกุ๊กเคยมีแฟนผู้ชายมั้ย?
กุ๊ก : "มีครับ ด้วยความแฟนเขาเจอเรื่องมือที่สามก็เลยเลิกกับแฟนผู้ชาย แฟนเขาไม่เคยตั้งกฎว่าคุณต้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เขารู้สึกว่าเขาอยู่กับเรา เราดูแลเขาได้ ทำให้เขามีความสุขได้ อยู่ดูแลซึ่งกันและกัน ตรงนี้คือสิ่งที่เขามองนอกเหนือจากเพศ"
อยากมีลูก แล้วจะมีได้ยังไง?
กุ๊ก : "จากที่คุยกับคุณหมอ กุ๊กต้องเก็บรังไข่ของกุ๊กไว้เวลาตกไข่ ฝากในคลังคุณหมอไว้ ทางตัวแฟนเขาก็มีมดลูกปกติ กุ๊กต้องเอารังไข่ของกุ๊กมาฝังในมดลูกของเขาเพื่อให้มีส่วนที่เป็นเชื้อของกุ๊กด้วย น้ำเชื้อมีสองแบบ แบบแรกคือสามารถเอาจากญาติที่มีเลือดเนื้อเชื้อไข ยีนส์ กรรมพันธุ์ที่ตรงกับกุ๊ก สองเป็นเชื้อในคลังที่เขาบริจาค"
อยากได้แบบไหนมากกว่ากัน?
กุ๊ก : "อยากได้แบบแรก เป็นญาติมีเชื้อกรรมพันธุ์ของเราดีกว่า"
ทำไมไม่ใช้ไข่ของฝ่ายหญิงเลย?
กุ๊ก : "กุ๊กจะได้มีส่วนในการเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขด้วย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับรังไข่ของเรา สามารถไปเกาะมดลูกเขาได้หรือเปล่า ต้องมาลุ้นตรงนี้"
เดย์ การเป็นกะเทยเมืองไทย เป็นยังไง?
เดย์ : "สำหรับเดย์ ถ้าเป็นแล้วเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เรียนรู้ว่าจะวางตัวยังไง เราก็อยู่ได้สบาย ทุกรุ่นๆ อาจเป็นรุ่นเก่ากว่าเดย์อาจลำบากกว่า"
พ.ร.บ.คู่ชีวิตผ่านแล้ว อยากแต่งงานมั้ย?
กุ๊ก : "กุ๊กแต่งแล้ว ให้เกียรติฝั่งเจ้าสาว แต่ไม่ได้จดทะเบียนอะไรทั้งสิ้น ก็คิดไว้ว่าถ้าเราพร้อม ก็คิดว่าจะไปจดทะเบียนกับแฟน"
ได้สิทธิอะไรบ้าง?
กุ๊ก : "สิ่งที่หวังไว้คือรับมรดกร่วมกันได้ สิ่งที่กุ๊กคิดว่าอาจจะโดยตรงเลยคือเวลาฝ่ายใดฝ่ายหญิงป่วย หรือเป็นโรค เราสามารถเซ็นรับรองให้เขาผ่าตัดได้ โดยไม่ต้องรอบิดามารดาอีกฝ่ายหรือรอญาติอีกฝ่าย หรือสิทธิ์ในการรับรองบุตรร่วมกัน"
ก่อนหน้านี้ที่เขาต่อสู้กับพ.ร.บ.ฉบับนี้ กุ๊กมีความหวังอะไรมั้ย?
กุ๊ก : "เราก็ร่วมลงชื่อ อ่านหาข้อมูลแชร์กัน ว่าถ้าพ.ร.บ.นี้ออกมา จะมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง แล้วบุคคลเพศที่สามแบบเราจะได้รับรองสิทธิ์เท่าเพศหญิงเพศชายมั้ย อันนี้คือสิ่งที่คาดหวังไว้"
ถ้าเกิดได้จดทะเบียน ความรู้สึกหลังได้จดทะเบียนคืออะไร?
กุ๊ก : "อาจโล่งใจว่าโอเคสิ่งที่เราสร้างมากับแฟน สามารถรองรับมรดกซึ่งกันและกันได้ หรือเวลาเขาป่วย เราก็สบายใจว่าเซ็นรับรองได้ กุ๊กมองเรื่องการดูแลกันและกันมากกว่า"