ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

"เดินหน้าอย่างผู้นำ" 20 ปี สถานีข่าวของคนไทย

1.9K 34
เดินหน้าอย่างผู้นำ 20 ปี สถานีข่าวของคนไทย

สองทศวรรษบนถนนสายข่าว คือเครื่องหมายยืนยันความยืนหนึ่งของ เนชั่นทีวี ในฐานะสถานีข่าวแถวหน้าของเมืองไทย หัวใจของสื่อสารมวลชนคือความน่าเชื่อถือ และที่ผ่านมาสถานีข่าว เนชั่นทีวี ได้ยึดหลักการเดียวกันนี้มาตลอดนับตั้งแต่ยังตั้งไข่ในฐานะผู้ผลิตรายการข่าว ก่อนจะขยับขยายจนกลายเป็นสถานีโทรทัศน์ข่าวแห่งแรกของไทย

จากจุดกำเนิดของสถานีทีวีข่าว 24 ชั่วโมง เนชั่น แชนแนล (Nation Channel) เมื่อ 20 ปีก่อน กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แวดวงสื่อมวลชนจับตามอง ตั้งแต่การออกอากาศครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2543 ทางสถานีโทรทัศน์ยูบีซี ช่อง 8 ซึ่งเปิดตัวด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสถานีฯ ยิงสัญญาณสดบนนั้นแล้วตัดภาพเข้าห้องข่าว โดยประเดิมรายการข่าวรายการแรกคือ เนชั่นทันสถานการณ์ มี กนก รัตน์วงศ์สกุล และ รุ่งนภา กมลนรนาถ เป็นผู้ประกาศข่าวคู่แรก พร้อมด้วยทีมข่าวร่วม 400 ชีวิต ภายใต้บริษัท เนชั่น บรอดแคสติง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในเครือเนชั่นกรุ๊ป

ช่องข่าวของคนข่าว


การแผ่กิ่งก้านออกไปจนครอบคลุมสื่อทุกประเภท ทำให้ เนชั่น เป็นธุรกิจข้ามสื่อที่ครบวงจรมากที่สุดแห่งหนึ่ง และแน่นอนว่าประเภทของธุรกิจสื่อในเครือเนชั่นที่ยังไดัรับความนิยมมาถึงวันนี้ก็คือ ทีวี ทั้งในแง่ผู้บุกเบิกรายการและวิเคราะห์ข่าว

ตลอดระยะเกือบ 3 ปีที่ฝังตัวอยู่กับยูบีซี ผลิตรายการข่าวคุณภาพจนเกิดฐานผู้ชมจำนวนมาก ต่อมาได้ย้ายมาออกอากาศผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ประเภทบริการกระจายสัญญาณแบบหลายจุดหลายช่องไททีวี ของกรมประชาสัมพันธ์ ทางช่องหมายเลข 1 รวมทั้งบริการเคเบิลทีวีส่วนท้องถิ่น, โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมระบบซี-แบนด์ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2546 แล้วพัฒนาสู่ระบบเคยู-แบนด์ ตั้งแต่ปี 2551

การหักร้างถางพง กรุยทางสายข่าวของ เนชั่น แชนแนล ปลุกกระแสธุรกิจทีวีข่าวในประเทศไทย จนเป็นต้นแบบให้เกิดผู้ผลิตรายการข่าวลงร่วมสนามนี้หลายเจ้า แต่ยังคงยืนอยู่แถวหน้าของธุรกิจนี้ได้เสมอมา กระทั่งถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อทีวี กับการมาถึงของ ดิจิทัลทีวี ซึ่งระบบดิจิทัลถือเป็นการพลิกโฉมธุรกิจทีวีทั้งประเทศ ตั้งแต่จำนวนช่องที่มากขึ้น คุณภาพสัญญาณการออกอากาศดีขึ้น แต่ในทางกลับกันคือความท้าทายใหม่ ที่แต่ละช่องต้องแบ่งเค้กจำนวนผู้ชม รายได้จากงบโฆษณา ฯลฯ ซึ่งบริษัท เนชั่น บรอดแคสติง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าสู่สมรภูมินี้ด้วยการยื่นประมูลช่องรายการข่าวในระบบดิจิทัล และชนะการประมูลในที่สุด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556

นับเป็นก้าวแรกในฐานะช่องรายการข่าวดิจิทัลทีวี ด้วยชื่อใหม่ว่า เนชั่นทีวี (Nation TV) หมายเลข 22

จากวันนั้นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งรูปแบบ เนื้อหา และโมเดลธุรกิจ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เนชั่นทีวีปรับโฉมตัวเองใหม่อีกครั้งด้วยการเปลี่ยนโลโก้โดยผสมผสานเลข 1 เข้าไปในตัว N เพื่อสื่อสารถึงความเป็นสถานีข่าวอันดับหนึ่งของคนไทย โดยมีวงกลมล้อมรอบดูทันสมัย ส่งสัญญาณถึงความมั่นใจที่จะก้าวต่อไปในปีที่ 21.

ก้าวสู่ Content Provider

ในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง การมาถึงของยุค ดิสรัปชั่น ทำให้หลายองค์กรเข้าสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เนชั่นทีวี ที่เดินทางมายาวไกลถึง 2 ทศวรรษก็เช่นกัน ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าดิจิทัลดิสรัปชั่นไม่ได้เกิดเฉพาะกับสื่อสิ่งพิมพ์หรือวิทยุเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทุกคนจะเห็นว่าแม้แต่สื่อทีวีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งการดิสรัปชั่นเกิดอย่างชัดเจนหลังจากการประมูลทีวีดิจิทัล จึงเป็นสาเหตุให้เนชั่นทีวีปฏิรูปครั้งใหม่ ไม่ติดอยู่ในกรอบเดิม

ทว่าความท้าทายที่ไม่ว่าจะเนชั่นทีวีหรือทีวีดิจิทัลช่องอื่นๆ ต้องประสบ คือ งบโฆษณาที่ไม่น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากไปกว่านี้ อันเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในแง่ผู้ชมทีวีและผู้ซื้อโฆษณาเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน สาเหตุดังกล่าวแตกต่างจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นวันใดที่เศรษฐกิจดีขึ้น สถานการณ์ก็จะดีตาม

ฉาย กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้ชมยุคนี้ด้วยว่า ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์มากมาย คนดูทุกอย่างที่ตัวเองชอบได้ในเวลาที่ต้องการ โมเดลธุรกิจของเนชั่นทีวีจึงต้องปรับเปลี่ยนซึ่งดำเนินการมาตลอด 2 ปีกว่า

"เราปรับโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพิงการขายโฆษณาให้ลดลง เดิมทีรายได้ 90 เปอร์เซ็นต์มาจากโฆษณา วันนี้เราเติมรายได้ส่วนอื่นเข้ามาเพื่อทำให้รายได้จากงบโฆษณาเหลือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะการขายโฆษณาคือการทำธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) วันนี้เราปรับเพื่อให้เป็น B2C (Business to Customer) มากขึ้น ถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง เนื่องจากเนชั่นทีวี ช่อง 22 เรามีแบรนดิ้งอยู่แล้ว เรามีคอมมิวนิตี้ที่ชัดเจน เรามีคอนเทนต์ที่แข็งแรง นี่คือแกนหลักขององค์กร"

การมีแฟนประจำและความเชื่อถือในแบรนด์เนชั่นทีวี ทำให้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรตติ้งของเนชั่นทีวีโตขึ้นมาเกือบ 300 เปอร์เซ็นต์จากอันดับสิบกว่าขึ้นมาติด Top 10 ณ ปัจจุบัน แต่ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเนชั่นทีวียังมีแผนสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อีกหลายแผน ด้วยจำนวนผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ค, ยูทูบและทวิตเตอร์นับล้านคน ทั้งหมดนี้คือฐานความนิยมที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญในการเดินหน้าต่อสู่โลกแห่งการสื่อสารอย่างไร้ขีดจำกัด

และแม้ในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของเนชั่นทีวีด้วย แต่ในฐานะผู้นำองค์กร ฉายมองว่านี่คือความท้าทายที่จะทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้นอีก

"เราไม่โทษปรากฏการณ์ธรรมชาติ องค์กรเนชั่นได้ผ่านสถานการณ์วิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะผ่านไปด้วยกันได้ การปรับตัวก็ต้องสอดรับกับสถานการณ์ อย่างกรณีโควิด-19 เรามาประเมินว่ากระทบอะไรบ้าง กระทบเศรษฐกิจ กระทบพฤติกรรมคน ที่ผ่านมาเราปรับยุทธศาสตร์เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งที่หายไปคือรายได้จากงานอีเว้นท์ที่เตรียมจะจัด เราทำแผนตั้งรับว่าถ้าสถานการณ์เลวร้าย งบโฆษณาถดถอยเราจะมีแผนเฟส 1, 2 และ 3 อย่างไร แต่ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์ว่ารายได้เราลดไม่เยอะ".

จุดยืนบนก้าวที่ 21

กว่าจะยืนหยัดมาถึงทุกวันนี้ เป็น 20 ปีที่พิสูจน์ว่า เนชั่นทีวี ทำหน้าที่เป็นทั้งกระบอกเสียงและผู้ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ บทบาทของสถานีข่าวแห่งนี้จึงไม่หยุดอยู่แค่การนำเสนอข่าวสาร แต่พาล้วงลึกไปถึงแก่นแกนของเรื่องราวนั้นๆ และหลังจากผ่านอุปสรรคปัญหามานักต่อนัก กระทบต่อธุรกิจและโครงสร้างองค์กรก็หลายหน ทว่าสิ่งที่ฉายยังยืนยันว่าจะละทิ้งไม่ได้เด็ดขาด คือ อุดมการณ์

ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ย้ำว่าที่ผ่านมาตลอด 20 ปี เนชั่นทีวีมีจุดยืนชัดเจน ด้วยความที่ไม่ได้มองว่าเงินเป็นตัวตั้ง ทำให้ยังรักษาตัวตนเอาไว้ได้

"องค์กรเนชั่นไม่ใช่องค์กรที่มุ่งหวังกำไรสูงสุด องค์กรเนชั่นเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในความถูกต้องที่เราต้องการเดินไป ถ้าเรามุ่งหวังในกำไรสูงสุด โครงสร้างรายได้เราคงไม่ทำแบบนี้ เราต้องการให้ที่มาของรายได้กลับไปสู่กลุ่มเป้าหมายของเราที่ชัดเจน"

เส้นทางช่องข่าวอันดับหนึ่ง ไม่ได้สร้างจากคนได้คนหนึ่ง แต่สะสมจากหลายช่วงหลายยุคที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นจากคุณสุทธิชัย หยุ่น ที่ต้องการมีทีวี โดยถูกขับเคลื่อนผ่านคุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผ่านเหตุการณ์มามากมาย ก่อนมาถึงยุค สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่ตอกย้ำ ช่องข่าวอันดับหนึ่ง

"ถึงวันนี้ ก้าวสู่ปีที่ 21 เป็นความท้าทายใหม่ของผมและพวกเราทุกคน เพื่อสร้างฐานที่แข็งแกร่ง ต่อยอดช่องข่าวอันดับหนึ่งต่อไปในอนาคต".

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์