ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563.

เอาอยู่ง่ายๆ!แค่"น้ำส้มสายชู"ก็กำจัดเชื้อราได้

1.1K 36

หลังปรากฏภาพบนสื่อไทยและต่างประเทศกับปัญหา "เชื้อรา" เกิดขึ้นบนสิ่งของเครื่องใช้ทั้งกระเป๋า รองเท้า หรือโซฟา จากการที่ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งต้องยุติให้บริการชั่วคราว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

"เชื้อรา" ถือเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และมักเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศชื้นหรือบริเวณเป็นที่อับ แม้ "เชื้อรา" จะมีประโยชน์อยู่บ้าง เช่น ช่วยย่อยสลายเศษซาก แต่เมื่อมาอยู่รวมกับการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างเราๆแล้ว ย่อมส่งผลเสียมากกว่าดีแน่นอน อาทิ อาจทำให้ปวดหัว หายใจลำบาก คัดจมูก หรือเกิดผื่นคัน


แต่เมื่อ"เชื้อรา"คุกคามสิ่งของเครื่องใช้แสนรัก ก็ต้องหาวิธีจัดการแบบฉบับบ้านๆ โดยทางทีมข่าว "เนชั่นทีวีออนไลน์" ได้รวบรวมวิธีการดูแลเครื่องหนังง่ายๆ ให้ห่างไกลพ้น "เชื้อรา" แถมประหยัดเงินในกระเป๋า เพื่อเก็บสตางค์ไว้ใช้ในยามจำเป็น ท่ามกลางภาวะวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงระบาดอยู่ ณ เวลานี้

เชื่อว่าหลายคนคงมี "เครื่องหนัง" ไว้ติดบ้านไม่มากก็น้อย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ร้องเท้า เข็มขัด กระเป๋า แต่เมื่อยุคข้าวยากหมากแพงมาเยือนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้น ก่อนควักกระเป๋าจ่ายอะไรก็ควรคิดหน้าคิดหลัง และหันมามองอะไรใกล้ตัว โดยเฉพาะเครื่องปรุงในครัวเรือน อย่าง "น้ำส้มสายชู" ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด สามารถช่วยขจัด "เชื้อรา" ให้พ้นสายตาโดยไม่เปลืองงบ

โดยขั้นตอน ใช้น้ำส้มสายชู 5-7% โดยไม่ต้องผสมน้ำเปล่า ชุบผ้าหรือใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นลงตรงบริเวณที่เกิดเชื้อรา แล้วทิ้งไว้สักครู่ ก่อนใช้ผ้าสะอาดเช็ดออก จากนั้นก็ใช้น้ำสะอาดมาเช็ดปิดท้ายอีกครั้ง แล้วลงน้ำยารักษาเครื่องหนังเพื่อป้องกันไม่ความชื้นพา "เชื้อรา" กลับมา

นอกจากสิ่งของในบ้านแล้ว รถยนต์ก็มีโอกาสเกิดได้ด้วยเช่นกัน เพราะเจ้าของรถบางรายอาจเปลี่ยนเบาะจากผ้า ให้กลายเป็นหนังเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ต่างอะไรจากวิธีการดูแลเครื่องหนังในบ้าน ด้วยการใช้"น้ำส้มสายชู"เหมือนกัน แต่ก่อนทำความสะอาดควรเปิดประตูรถทั้งหมดเพื่อถ่ายเทอากาศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม >>"หมอแดน" โพสต์เดือด!! ไม่ใช่เรื่องความอดอยาก แต่เป็นความอยากได้

ซึ่งขั้นตอน ก็แค่ใส่น้ำสมสายชูใส่กระบอกฉีดโดยไม่ต้องผสมน้ำเปล่า ก่อนนำไปพ่นบริเวณเบาะที่เกิดเชื้อรา หรือจะฉีดพ่นให้ทั่วห้องโดยสาร หรือบริเวณจุดอับที่ยากต่อการทำความสะอาด แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. แต่หากไม่มั่นใจว่าเอาอยู่ ก็ฉีดพ่นซ้ำอีกครั้ง หลังจากนั้นค่อยนำผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดออกเป็นอันจบเรียบร้อย

ก่อนใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดทุกครั้ง แนะนำว่า ควรสวมถุงมือ แว่นตาป้องกัน และหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลต่ออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทั้งหมดเป็นวิธีคร่าวๆที่ทางทีมข่าว "เนชั่นทีวีออนไลน์" รวบรวมไว้ แต่ทางที่ดีที่สุด คือ หมั่นทำความสะอาดก่อนปล่อยให้เกิด จะตรงจุดแถมประหยัดเงินในกระเป๋าช่วงวิกฤติโควิด-19

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend