ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เข็นกองทุน SEF เจาะกลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน"

853 4
เข็นกองทุน SEF เจาะกลุ่ม มนุษย์เงินเดือน

ซีไอเอ็มบีไทย เผยกองทุน SEF เน้นเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับคนรายได้ต่ำกว่า 2-3 แสนบาท/เดือน หรือปานกลางมากขึ้น แต่หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนต้องรอการพิจารณาจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง

หลังกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ Long Term Equity Fund หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า LTF ถูกมองว่าเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนที่มีรายได้สูงมากกว่าคนที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และจะหมดสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีในสิ้นปีนี้นั้น  ด้านสภาธุรกิจตลาดทุนไทยได้เสนอกระทรวงการคลังให้มีการจัดตั้งกองทุนหุ้นยั่งยืน หรือ Sustainable Equity Fund (SEF) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ โดยหลักการคือการลดสิทธิประโยชน์ของคนที่รายได้สูง และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับคนรายได้ต่ำหรือปานกลางให้มากยิ่งขึ้น

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารผลิตภัณฑ์การออม ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ดุษณี เกลียวปฏินนท์ เผยว่า ความแตกต่างของLTF กับ SEF คือ 1.SEFสามารถเพิ่มวงเงินการลงทุนสูงสุดได้ 30% ของรายได้พึงประเมิน และยอดรวมไม่เกิน 250,000 บาท จากเดิมที่เคยกำหนดให้สามารถลงทุนได้สูงสุดที่ 15% ของรายได้พึงประเมิน และยอดรวมไม่เกิน 500,000 บาท 2. ประเภทของหลักทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนได้ ด้วยการกำหนดสัดส่วนการลงทุน 65% ให้ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ กลุ่มหุ้นยั่งยืนที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล

จึงมองว่า SEF เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้ปานกลาง หรือมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ 50,000-70,000 บาทต่อเดือน เข้ามาลงทุนมากขึ้นจากสิทธิพิเศษทางภาษีที่กำหนด แต่ในช่วงแรกการขายกองทุน SEF อาจต้องใช้การทำประชาสัมพันธ์ ทำควมเข้าใจให้มากกว่าเดิม เนื่องจากกลุ่มรายได้เป้าหมาย อาจยังไม่คุ้นเคยกับการลงทุนประเภทนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาซื้อกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท/ปี

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการมี กองทุน SEF ส่งผลให้ตลาดทุนหวั่นไหวบ้างเพราะช่วงแรกยังมีความไม่เข้าใจกันเล็กน้อย แต่เชื่อว่าจะดีขึ้น  รวมถึงอยากแนะนำนักลงทุนว่ายังสามารถถือ LTF หรือ RMF ต่อได้ เพราะน่าจะยังให้ผลตอบแทนดีอยู่ อีกทั้งไม่ว่าจะเป็น LTF หรือ SEF ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่ดี เป็นกองที่ บลจ.เอาผลงานมาแข่งขันกัน โดยเฉลี่ย5ปี LTF มีผลตอบแทน 5-8% เฉลี่ย 7 ปีที่ 8% จึงคาดว่า SEF ก็คงมีผลตอบแทนใกล้เคียงกัน  ส่วนยอดขายกอง LTF ปีนี้คาดว่าจะสูงกว่าปีก่อนที่ 50,000 ล้านบาทเล็กน้อย เนื่องจากจะมีผู้ลงทุนใหม่เข้ามาซื้อเพิ่มก่อนหมสิทธิพิเศษไป  


เรื่องโดย กรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend