ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

รวบเซลล์ขายรถ หลอกซื้อรถป้ายแดงเชิดรถ-เงินหนี

1.3K 22
รวบเซลล์ขายรถ หลอกซื้อรถป้ายแดงเชิดรถ-เงินหนี

รวบเซลล์ขายรถสุดแสบ หลอกลูกค้าซื้อรถป้ายแดง รับอาสานำรถคันเก่าขายเต้นท์ให้ สุดท้ายเชิดเงิน-รถหาย ตร.ทำทีแชทหาติดต่อขายรถ ก่อนเข้ารวบตัว เจ้าตัวให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้เจตนา-หนีไปทำงานหาเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหายแต่ถูกจับก่อน

วันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. สนธิกำลังกับ พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล พร้อมกำลังตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เข้าจับกุม นายนพรุจ คชโคตร อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 141/2562 ลง 5 ก.ค.62 กระทำผิดฐาน "ลักทรัพย์ผู้อื่น" บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 หน้าร้านแม็คโดนัลสาขาบิ๊กซี ต.ในเมือง อ.เมือง จังหวัดอุบลราชธานี

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายนพรุจ ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายรถฟรีแลนซ์ ได้ก่อเหตุขโมยรถยนต์ของผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยทำทีเข้าไปติดต่อเสนอขายรถยนต์กระบะป้ายแดงยี่ห้อหนึ่งให้กับผู้เสียหาย พร้อมกับเสนอโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ หากมาทำการซื้อรถผ่านตนเอง เมื่อผู้เสียหายสนใจอยากซื้อรถ 

นายนพรุจก็จะทำทีเสนอแนะให้ผู้เสียหายนำรถยนต์คันเก่าที่ใช้งานอยู่ไปขายเพื่อนำเงินมาสมทบซื้อคันใหม่ และตนเองจะอาสาเป็นผู้นำรถไปขายให้ โดยอ้างว่ามีเต็นท์รถมือสองที่รู้จักกันให้ราคาดีกว่าเต็นท์รถมือสองทั้วไป โดยจะตีมูลค่าราคารถของผู้เสียหายให้ประมาณเกือบ 2 แสนบาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อมอบรถยนต์ให้กับนายนพรุจเพื่อนำไปขายต่อให้ แต่เมื่อนายนพรุจได้รถยนต์จากผู้เสียหายแล้วกลับเชิดรถแล้วหลบหนีขาดหายการติดต่อไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ทำการสืบสวนติดตามตัวนายนพรุจ โดยใช้วิธีการทักแชทไปหานายนพรุจ และทำทีว่าต้องการที่จะขายรถ เพื่อนำเงินไปออกรถคันใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อพูดคุยกับ นายนพรุจจนกระทั่งทราบว่า นายนพรุจได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้ประสานไปยัง ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวงให้นำกำลังเข้าทำการจับกุมตัว

จากการสอบสวนนายนพรุจ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาจะขโมยรถยนต์ของผู้เสียหาย แต่ยอมรับว่าได้นำรถยนต์ของผู้เสียหายไปขายให้เต็นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เงินมาประมาณ 1.7 แสนบาท และตั้งใจจะนำเงินดังกล่าวไปให้กับผู้เสียหายใช้เป็นทุนซื้อรถคันใหม่ แต่ระหว่างนั้นได้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมาขอยืมเงิน ประกอบกับตนมีความจำเป็นต้องใช้เงินพอดีจึงได้นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายธุระของตัวเองจนหมด จึงต้องหลบหนีไปทำงานหาเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้ สภ.บางพลี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend