ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"กนก" ซัด "แพรวา" อย่าคิดว่าการเปลี่ยนชื่อ หรือการมีครอบครัวใหม่ จะรอดพ้นจากการถูกตราหน้า..

37.33K 5
กนก ซัด แพรวา อย่าคิดว่าการเปลี่ยนชื่อ หรือการมีครอบครัวใหม่ จะรอดพ้นจากการถูกตราหน้า..

ผ่านมา 9 ปี เหตุการณ์สะเทือนขวัญคดี รถยนต์ ชนรถตู้บนทางด่วนโทลเวย์ จนมีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย จนสุดท้ายศาลพิพากษาให้จำเลย เยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ กว่า 19 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายกลับยังไม่ได้รับการชดเชยแต่อย่างใด ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างไร เราจะย้อนไปติดตามเหตุการณ์ในครั้งนั้นอีกครั้ง

เหตุสะเทือนขวัญ ครั้งนี้เกิดขึ้น เวลา 21.45 น. วันที่ 27 ธ.ค.2553 เมื่อ น.ส.แพรวาที่ขณะนั้นอายุไม่ถึงเกณฑ์ทำใบขับขี่ ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค มาด้วยความเร็วสูงแล้วเสียหลักชนรถตู้โดยสารสายหมอชิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต บนทางด่วนโทลเวย์ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนผู้โดยสารเสียชีวิตในรถ และกระเด็นลงมาเสียชีวิตด้านล่าง รวม 9 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย รวมทั้งแพรวาด้วย

28 ก.พ.2554 ตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องแพรวาต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง 2 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

24 มิ.ย.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งแทนญาติผู้เสียชีวิต2 ข้อหา 31 ส.ค.2555 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางพิพากษาจำคุกแพรวา 3 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี ให้รอลงอาญา 3 ปี และสั่งคุมประพฤติ 3 ปี ให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมทำงานบริการสังคมด้วยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ 48 ชั่วโมง ห้ามขับรถจนกว่าอายุ 25 ปีบริบูรณ์

22 เม.ย.2557 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ไขจากรอลงอาญา 3 ปี เป็น 4 ปี บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลารวม 4 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาต่อสู้คดี11 พ.ค.2558 ศาลฎีกาพิเคราะห์มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เนื่องจากคำร้องฎีกาไม่มีสาระสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลล่างที่ไม่รับฎีกาส่วนคดีแพ่ง ญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ยื่นฟ้อง แพรวา พ่อและแม่ รวมทั้งนายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ผู้ครอบครองรถยนต์ เป็นจำเลย 1- 4 กระทำละเมิด ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 113 ล้าน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

26 พ.ย.2558 ศาลพิพากษาให้ แพรวา พ่อแม่ และผู้ครอบครองรถ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธ.ค.2553ศาลอุทธรณ์และฎีกาพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวมเป็นเงินกว่า 19 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่หลังศาลฎีกามีคำพิพากษา วันที่ 8 พ.ค.2562 ผู้เสียหายทั้งหมดก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา


และล่าสุด "กนก รัตน์วงศ์สกุล" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง กรณีแพรวา โดยระบุข้อความ ดังนี้

อ่านข่าว แพรวาแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา กำลังจะถูกตราหน้าว่า "...9 ศพ " ตลอดกาล..

จากอุบัติเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธ.ค. 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ใกล้กับ ม.เกษตรศาสตร์

น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือแพรวา อายุ 17 ปี ขับฮอนด้า ซีวิค สีขาว รถของเพื่อนที่ยืมมา โดยเธอไม่มีใบขับขี่ พุ่งชนท้ายรถตู้สาธารณะมีผู้โดยสาร 14 คน อย่างแรง !

รถตู้กระเด็นไปฟาดขอบทาง สะบัดร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ เสียชีวิตทันที 8 เจ็บอีก 6 คน ต่อมาเสียชีวิตอีก 1 รวมเป็น 9 ศพ

ส่วนแพรวา บาดเจ็บเล็กน้อย และยังมีสติรับรู้ดีหลังเกิดเหตุ

หลังจากต่อสู้กันคดีกัน 9 ปี ศาลฎีกา ตัดสินจำคุก 2 ปี รอลงอาญา 3 ปี คือไม่ติดคุก ให้ไปบำเพ็ญประโยชน์แทน ห้ามขับรถจนถึงอายุ 25 ปี (ตอนนี้ขับได้แล้ว)

คดีแพ่ง เพิ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 ศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ประมาณ 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้ง 12 คดี (ผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ราย)

โดยญาติผู้เสียชีวิตยืนยันว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเลย !!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับ จากคดีที่พ่อแม่ของจำเลย เสมือนหนึ่งจะสำนึก พร้อมขอความเห็นใจจากสังคม ตอนนั้นว่า เป็นอุบัติเหตุ และลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะ

แต่เอาล่อเอาเถิดทั้ง 2 ศาล มาถึงขั้นฎีกา โดยเฉพาะศาลแพ่ง ที่จะตัดสินให้ชดใช้เยียวยา ก็ถูกดึงมาจนสุดท้ายไม่นานนี้.. ฝ่ายที่ดึง เราก็น่าจะรู้ว่าเป็นฝ่ายไหน ..

และเมื่อญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ระบายความทุกข์ยากล่าสุด ให้สังคมโซเชียลฟัง ..

"แม่ ดร.เป็ด" วิงวอน อยากให้แพรวา เห็นใจบ้าง ลูกชายตายไป 8 ปีกว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีการติดต่อมา รู้สึกอึดอัดมากเพราะอายุก็มากแล้ว หากลูกชายอยู่คงไม่ลำบากขนาดนี้ ..

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ tintin ได้อธิบายเอกสารในชั้นศาลตอนหนึ่งว่า..

".. จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ขอกราบเรียนต่อศาลว่า จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 เป็นบิดามารดาของจําเลยที่ 1 มีฐานะมั่นคง และอยู่ในวงศ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงในสังคม และจําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และ จําเลยที่ 3 ยังเป็นทายาท ของพลเอก .. เทพหัสดิน ณ อยุธยา บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด ฐานะทางการเงินมั่นคง สามารถที่จะชําระหนี้ได้ตามคําพิพากษาของศาลหากคดีถึงที่สุด แต่เนื่องจากคดีนี้ จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 มีโอกาสที่จะชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ได้ เพราะเมื่อโจทก์ทั้ง 28 ตกลงยอมรับได้รับค่าสินไหมทดแทนตามฟ้อง และได้ทําบันทึกข้อตกลงและรับเงินจํานวนดังกล่าวแล้ว"

ชัดเจนว่า ฝ่ายจำเลย "ไม่จ่ายโดยง่าย" และ ทางผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้เจอหน้าจำเลยอีกเลย นอกจากทนาย

ตัวแพรวา ก็เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง จากอรชร หรือแพรวา เป็น บัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์

และแต่งงานไปแล้วกับอดีตคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ทำไมเรื่องนี้ยังไม่จบ ยังถูกลากยาวมาถึง 9 ปี ฝ่ายที่ลาก ย่อมไม่ใช่ผู้สูญเสียแน่..

9 ชีวิตที่จากไป และส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวทั้ง 9 รวมถึงครอบครัวผู้บาดเจ็บด้วยนั้น ไม่อยู่ในความเห็นใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลยหรือ?

ในใจคิดอะไรอยู่..คิดจะดึงเรื่องไปเรื่อยๆ? ยอมถูกฟ้องล้มละลาย? (ไม่ต้องจ่าย 26 ล้าน)

อย่ามองข้าม พลังในโลกโซเชียล อย่าคิดว่าการเปลี่ยนชื่อ หรือการมีครอบครัวใหม่ จะรอดพ้นจากการถูกตราหน้า..

นี่มิใช่ทางออกที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ในสังคมชาวพุทธ จะหาทางออกให้ลูก บาปกรรมนั้นเรื่องหนึ่ง แต่การใช้ชีิวิตจากนี้ไป ในทุกที่ที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัว ทุกคนจะเห็นตัวหนังสือ "แพรวา 9 ศพ" ติดอยู่บนหน้าผาก..

...แล้วการเปลี่ยนชื่อ ไปมีผัว มีนามสกุลดัง ก็ช่วยอะไรไม่ได้

ติดตาม ข่าวข้น คนเนชั่น คืนนี้

20.15 น. เนชั่น ทีวี

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend