ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

"แรมโบ้อีสาน" ชี้ บ้านเมืองไม่สงบเพราะ "เต้น"

12.5K 120
แรมโบ้อีสาน ชี้ บ้านเมืองไม่สงบเพราะ เต้น

"แรมโบ้อีสาน" ชี้หลุดคดี "ล้มประชุมอาเซียน" เป็นไปตาม "อัยการ" แถลง สวน "ณัฐวุฒิ" บ้านเมืองไม่สงบ เพราะคนแบบ "เต้น" ยันทุกคนอยู่ใต้กม. ไม่มีอภิสิทธิ์ชน

จากกรณีวันที่ 25 มิถุนายน 2562 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

อย่างที่ได้พูดชัดเจนไปแล้วว่าไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล แต่กรณีคดีขาดอายุความโดยผู้ต้องหาเพียงรายเดียวพ้นไปนั้น เป็นปัญหาหลักนิติธรรมที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำอธิบาย

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงได้ความว่าเป็นเรื่องสุดวิสัยโดยเจ้าพนักงานอัยการทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่างแล้วผมยินดีรับฟัง แต่ยังมีข้อสังเกตุอีกหลายประเด็นที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา

คดีนี้เริ่มดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พัทยาไปขอหมายจับผมทั้งที่ยังไม่ได้ออกหมายเรียกตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2560 ศาลไต่สวนแล้วไม่อนุมัติเพราะเห็นว่าผมมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีคดี จากนั้นอีก 4 วันคือวันที่ 4 เมษายน ตำรวจไปขอหมายจับอีกครั้งซึ่งศาลยังคงไม่อนุมัติ จึงยอมออกหมายเรียกตามขั้นตอน

เมื่อเรื่องมาถึงอัยการเราร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง จนมีคำสั่งฟ้องโดยนัดผู้ต้องหามาพร้อมกันในวันที่ 19 มีนาคม พวกผมพยายามแจ้งเหตุจำเป็นขอเลื่อนอีกครั้ง อัยการก็ยินยอมโดยขีดเส้นสุดท้ายวันที่ 28 มีนาคม ในที่สุดก็นำตัวส่งฟ้องและจำเลยยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในวันดังกล่าว

ระหว่างนั้นเราไม่ได้พบคุณสุภรณ์ในแต่ละวันนัด การดำเนินการถูกแยกกันหลายเดือนก่อนถึงวันฟ้อง ทราบจากคุณอดิศรว่าที่มาพบอัยการให้นำตัวส่งฟ้องในวันที่ 2 เมษายน เพราะเป็นเส้นตายของอัยการที่จะไม่ยอมให้เลื่อนไปเช่นกัน

ในส่วนของคุณสุภรณ์ที่อัยการอ้างว่าไม่ยอมให้เลื่อนจากวันที่ 2 และศาลออกหมายจับในวันที่ 4 เมษายน แม้อายุความเหลือเพียง 1 สัปดาห์ แต่ก็เกินพอสำหรับยุคปัจจุบันที่จะตามจับกุมบุคคลซึ่งเคลื่อนไหวเปิดเผย ใช้อุปกรณ์สื่อสารตามปกติ

ในวันที่ 4 ซึ่งหมายจับออกแล้ว คุณสุภรณ์ไปให้สัมภาษณ์รายการ คม ชัด ลึก ทางโทรทัศน์ช่อง 22 ออกอากาศเวลา 22.15 น. เจ้าหน้าที่ทั้งหลายเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่หรือถึงไม่รับทราบ

อย่าถามผมเลยว่าทำไมไม่ใช้เทคนิคแบบเดียวกันจะได้ขาดอายุความไปด้วย ผมไม่คิดว่าจะโชคดีเช่นนั้น ขนาดหมายเรียกไม่ออกยังไปขอหมายจับก่อน ถ้าไม่มาตามนัดแล้วเขาออกหมายจับได้คงไล่ล่ากันทั่วประเทศ ดีไม่ดีจะไปยื่นถอนประกันคดีเก่าอ้างว่าหนีหมายจับเสียอีก

ใครจะได้ประโยชน์ หรือใครจะชี้แจงอย่างไรผมไม่ทะเลาะด้วย แต่ต้องระวังเพราะคนอาจคิดว่าเล่นกันเป็นขบวนการหรือไม่

ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่บอกกล่าวชี้นำกันได้ สามัญสำนึกของแต่ละคนต่างหากจะเป็นตัวตัดสิน ต่อให้ยกข้อกฎหมายมาทั้งโลก แต่ถ้าหัวใจมนุษย์เห็นว่าอยุติธรรม ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับ

เช่นเรื่องนี้ ถ้าจะบอกว่าชอบด้วยหลักนิติธรรมแล้วก็เชิญ แต่ผมไม่เชื่อ

ต่อมา นาย ณัฐวุฒิ ได้โพสต์ข้อความต่อ อีกว่า

คดีประหลาด ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม!!! ข้องใจอัยการอ้าง 'แรมโบ้อีสาน' ขาดอายุความ แต่คดีเดียวกันส่งฟ้องแกนนำนปช.อีก 5 คน 'ณัฐวุฒิ' ถามความโปร่งใสกระบวนการยุติธรรม เหตุนักการเมืองเปิดเผยที่อยู่เช่นกัน แต่สังกัดพรรคแตกต่างจึงได้รับการปฏิบัติสวนทาง? - รอคำตอบคดีล้มประชุมอาเซียนเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand วันที่ 25 มิ.ย. 62 ทางช่อง SPRING26 ดำเนินรายการโดย 'ดนัย เอกมหาสวัสดิ์' และ 'อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์'

กรณีพนักงานอัยการสำนักงานจังหวัดพัทยาไม่สามารถนำตัวนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน มาฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาในคดีเหตุความวุ่นวายระหว่างประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี 2552 โดยระบุว่า คดีขาดอายุความ ขณะจำเลยที่เหลือในคดีเดียวกันถูกส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกษ

ณัฐวุฒิ ตอบคำถามผู้ดำเนินรายการดังนี้

ดนัย-อมรรัตน์ : สวัสดีคุณณัฐวุฒิ

ณัฐวุฒิ : สวัสดีครับท่านผู้ดำเนินรายการและท่านผู้ชมที่เคารพครับ

ดนัย : ปูพื้นกันนิดนึง คดีฟ้องร้องเรื่องบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 52 ผู้ที่ถูกฟ้องร้องมี 6 แกนนนำ นปช.ใช่ไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เป็นคดีที่มีคนไปยื่นร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่คดีคุณอริสมันต์ มีคำพิพากษาศาลไปแล้ว

ดนัย : ชุดแรกถูกตัดสินไปแล้ว แต่มีคนไปแจ้งความซ้ำในเรื่องเดียวกัน จึงมีตัวละครอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นชุดที่มีคุณตู่ คุณเต้น พี่วีระ หมอเหวง คุณอดิศร และคุณแรมโบ้ ทั้งหมด 6 คน ใช่ไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เบื้องต้นพวกผมก็มีข้อต่อสู้ว่า ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว พวกผมถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจากสน.ดุสิต ซึ่งเมื่อกระบวนการเข้าสู่ชั้นอัยการ ส่งฟ้องยังศาล

แล้วหากจะมีการฟ้องพวกผมในเหตุการณ์นี้อีกโดยตำรวจสภ.พัทยาก็ใช้ข้อมูลหลักฐานชุดเดียวกันกับสน.ดุสิตนั่นแหละครับมาฟ้อง จะถือว่า เป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่

ดนัย : อ๋ออ ครับ

ณัฐวัฒิ : เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน คนกลุ่มเดียวกัน ไม่ควรจะต้องโทษ หรือไม่ควรจะต้องถูกดำเนินคดีในเหตุการณ์เดียวกันถึง 2 ครั้ง

ดนัย : หมายความว่า ข้อหาเดียวกัน ถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญารัชดาไปแล้ว แต่อยู่ๆ ทางสภ.เมืองพัทยาก็เอาข้อหาเดียวกันไปฟ้องซ้ำที่ศาลจังหวัดพัทยา จึงต่อสู้ว่าฟ้องซ้ำ?

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ ซึ่งขณะนี้ศาลท่านก็กำลังวินิจฉัยเรื่องนี้อยู่ ยังไม่ชี้ขาดออกมา คดีที่ศาลอาญาเขาฟ้องเมื่อเดือนมีนาคม2561 ส่วนคดีนี้ที่ศาลพัทยา ก็นำฟ้องในช่วงราวเดือนมีนาคมปีนี้

เมื่อวานศาลนัดไปที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อที่จะตรวจพยานหลักฐานและนัดวันสืบพยาน แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึง

ทนายฝ่ายจำเลย ก็คือทนายพวกผม ได้รับแจ้งจากอัยการว่า 1 ในผู้ถูกกล่าวหาคือคุณสุภรณ์

อัยการไม่สามารถนำตัวมาฟ้องได้ เนื่องจากว่า ขาดอายุความไปแล้ว

ดนัย : เอ๊า?

ณัฐวุฒิ : ผมก็เลยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือหน้าบัลลังก์ศาลนั่นแหละครับ ได้กราบเรียนต่อศาลท่านว่า

1 เรื่องนี้ฟ้องซ้ำหรือไม่

2 แนวปฏิบัติต่อกระบวนการยุติธรรมในกรณีนี้ มันมีความน่าเชื่อถือโปร่งใสตรงไปตรงมาอย่างไร

เนื่องจากว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน มีสถานะแบบเดียวกัน คือเป็นนักการเมือง แล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ต่างคนต่างลงสมัครรับเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งปรากฏตัวเคลื่อนไหวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

ถ้าพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ถูกกล่าวหา 5 คนมาฟ้องได้ ผู้ถูกกล่าวหาอีกคนหนึ่งซึ่งอ้างว่านำตัวมาฟ้องไม่ได้จนขาดอายุความเนี่ย คืออะไร?

ทางฝ่ายพนักงานอัยการท่านก็พยายามชี้แจงว่า ทางคุณสุภรณ์ไม่ได้มาตามนัดเลย จนอัยการไปขออนุมัติหมายจับจากศาล ศาลท่านก็ตั้งข้อสังเกตตรงนั้นว่า การมาขออนุมัติหมายจับ มันขอกระชั้นกับวันที่จะขาดอายุความเหลือเกิน

คือคดีนี้ ข้อกล่าวหาหลักคือปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวาย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 อัตราโทษสูงสุดไม่เกิน 7 ปี อายุความ 10 ปี ดังนั้น เมื่อเหตุเกิดเมษายนปี 52 ก็จะครบ 10 ปี ขาดอายุความ ในเดือนเมษายนปี 62 ศาลท่านก็มีข้อสังเกตเช่นนั้น

ท่านอัยการก็ไม่ได้มีคำตอบอะไร ต่อในเรื่องนี้ครับ

ดนัย : ประหลาดจริงๆ

อมรรัตน์ : ดูแปลกๆ นะ

ดนัย : แล้วศาลว่าอย่างไรต่อไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ยังไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม นอกจากที่ผมเล่าไปเมื่อสักครู่ครับ

ดนัย : โอ้ ประหลาดจริงๆ

อมรรัตน์ : ก็คือ ได้คำอธิบายเท่านี้แหละ ที่ฟังมาคือมีเท่านี้?

ดนัย : อัยการนำตัวมาฟ้องไม่ทัน

ณัฐวุฒิ : ครับ คือ ผมเรียนทั้ง 2 ท่าน และท่านผู้ชมอย่างนี้นะครับว่า ที่ผมทักท้วงกรณีนี้ขึ้นมาเนี่ย

ผมไม่ได้มีเป้าประสงค์ว่าจะต้องลากดึงคุณสุภรณ์ เข้ามาถูกดำเนินคดีให้ได้

ผมย้ำจากการโพสต์เฟซบุคเมื่อวานนี้ ว่า ถ้าคุณสุภรณ์หลุดพ้นคดี ผมไม่ได้อิจฉา ไม่ได้คาใจครับ ถ้าฝ่ายกฎหมายบ้านเมืองเขาจะกรุณาช่วยอธิบายให้ ก็ว่ากันไป

แต่ประเด็นของผม มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น

อมรรัตน์ : ค่ะ คืออะไรคะ

ณัฐวุฒิ : ก็คือ เราจะอยู่กันในสังคมที่กระบวนการยุติธรรมเนี่ย ถูกเอามาใช้เป็นเงื่อนไขต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเรื่องหนึ่งเรื่องใดกันได้ต่อไปยังไง ต้องยอมรับนะครับ ว่า ก่อนหน้านี้ มันมีคนพูดกันจนเป็นกระแสข่าวว่า

ในการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่พรรคหนึ่ง มีการไปเชิญชวนอดีตส.ส. อดีตนักการเมืองจากพรรคต่างๆ เข้าร่วม แล้วก็มีเงื่อนไขสารพัด เป็นตัวเลข ตัวเงินบ้าง เป็นเรื่องการช่วยเหลือคดีความบ้าง ผมก็ไม่ทราบว่าเท็จจริงอย่างไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีนี้จะถูกตั้งคำถามในประเด็นดังกล่าว

ทีนี้ถ้าหากไม่มีคำอธิบายที่เชื่อถือได้ ถามว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศ จะยังเชื่อถือได้หรือไม่ ตรงนี้แหละครับ เป็นเรื่องสำคัญกว่า แล้วถ้าหากเราบอกว่า เราขัดแย้งกันมา 10 กว่าปีแล้ว เราต้องพยายามออกจากความขัดแย้งนี้ให้เร็วที่สุด และทำกันอย่างดีที่สุด โดยที่กระบวนการยุติธรรม ยังถูกตั้งข้อกังขาเช่นนี้ ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

ดนัย : โอเค ก็อภินิหารทางกฎหมายของบ้านเรา มันก็มีเป็นระยะๆ นะคุณณัฐวุฒิ ก็ต้องทำใจ

ณัฐวุฒิ : เรื่องนี้ ผมเข้าใจว่า ส่วนที่เค้าดำเนินการ หมายถึงฝ่ายเจ้าหน้าที่ อาจจะมีคำอธิบายเรื่องข้อกฎหมาย เพราะว่าเรื่องอายุความ เมื่อไม่ได้ตัวจำเลยมาฟ้องมันก็จบตรงนั้น

ดังนั้น ผมจึงตั้งคำใหม่ขึ้นมาอีกคำหนึ่งนอกเหนือจากที่ดร.วิษณุ เคยพูดว่า อภินิหารทางกฎหมาย

ผมเรียกสิ่งนี้ว่า ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม

ดนัย : ปาฏิหาริย์แห่งหลักนิติธรรม?

ณัฐวุฒิ : ใช่ครับ เพราะว่า การอำนวยความยุติธรรมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ในประเทศมันเกิดความไม่เท่าเทียมกัน และความไม่เท่าเทียมกันนั้น มันเกิดขึ้นโดยเป้าประสงค์หรือผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ แล้วสังคมใดก็ตาม ถ้าหากว่ากระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนไหนก็แล้วแต่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเข้าด้วยแล้ว เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องปฏิรูป เราไม่ต้องพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยเรื่องสันติสุขสันติภาพของประชาชนนะครับเพราะหมดหนทางกันอย่างสิ้นเชิง

ดนัย : แล้วตกลงประเด็นที่เราแย้งเรื่องฟ้องซ้ำนี่ ศาลมีคำสั่งไหมครับ

ณัฐวุฒิ : ยังครับ ยังอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยอยู่ครับ

อมรรัตน์ : รอผลอยู่

ดนัย : เอาล่ะครับ ทิ้งไว้เป็นประเด็น ทิ้งไว้ให้สังคมช่วยๆ กันคิดต่อแล้วกันนะครับ ขอบพระคุณครับคุณณัฐวุฒิ

อมรรัตน์ : ขอบพระคุณคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ค่ะ

ณัฐวุฒิ : ยินดีครับ

(ทีมงาน)ล่าสุด วันที่ 25 มิ.ย.62 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ถึงสาเหตุที่หลุดจากการถูกดำเนินคดีล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2552 ที่พัทยา เนื่องจากคดีหมดอายุความเพราะย้ายมาอยู่กับพรรคพปชร.ว่า 

เรื่องนี้พูดไปจะไปกระทบระบบราชการถือว่าไม่ดี พูดไปก็จะเสีย อัยการออกมาแถลงอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. วิพากษ์วิจารณ์นั้น ตนมองว่าก็เต้นไปทุกเรื่อง เต้นมานานแล้ว ยืนยันว่าเรื่องคดีไม่เกี่ยวกับเขาที่วิจารณ์ การที่คดีหมดอายุความก็คือหมดอายุ และทุกคนก็รู้ว่าคดีจะหมดอายุเมื่อไหร่ ไม่มีใครสามารถจะไปช่วยใครหรือหลบเลี่ยงได้ 

"ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบสุข ก็เพราะคนแบบนี้ เพราะเต้นไปเต้นมาไม่หยุดซึ่งผมไม่อยากหรือรื้อฟื้น เนื่องจากเป็นกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการอยู่ก็ต้องว่าไปตามนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์ชน แต่กลับมาเอาเรื่องของกฎหมายมาเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเมือง จนทำให้เกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่าไม่มีใครช่วยใครในเรื่องของคดีได้" นายสุภรณ์ กล่าว. 

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก