ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

ผู้ว่าฯ เชียงราย ขู่หากเผาอีกอาจขยายระยะเวลาห้ามเผา ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ

234 0
ผู้ว่าฯ เชียงราย ขู่หากเผาอีกอาจขยายระยะเวลาห้ามเผา ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 5 เม.ย.62 ที่ศาลางกลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แถลงข่าวถึงผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระยะเร่งด่วน "เน้นลดจุดเผาไฟไหม้หรือฮอตสปอต" ภายใน 7 วัน ระหว่างวันที่ 3-9 เม.ย.62

โดยได้มีการสรุปฮอตสปอตที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 เม.ย.ว่าเกิดขึ้นใน 12 อำเภอ 33 ตำบล จำนวนทั้งสิ้น 184 จุด โดยได้เข้าไปทำการดับไฟแล้ว ซึ่งเหลืออยู่ระหว่างดำเนินการดับจำนวน 88  จุด รวมมีพื้นที่่เสียหายรวมกันประมาณ 879 ไร่  ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันทุกหน่วยพร้อมอาสาสมัครเข้าดับไฟและป้องปรามตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเผาได้จำนวน 2 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เผาเพราะเข้าป่าล่าสัตว์แต่อยู่ระหว่างสืบสวน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มีการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นขนาดเอ็น 95 ให้กับเด็กอายุ 0-5 ปีแล้วจำนวน 58,203 8น ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปจำนวน 133,006 คน หญิงตั้งครรภ์จำนวน 6,889 คน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดอุดตันจำนวน 6,403 คน และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจจำนวน 1,314 คน


นายประจญ กล่าวว่า ปัจจุบันค่าฝุ่นละอองได้เริ่มลดลงแล้วจากเหตุการณ์ฝนตกที่ผ่านมา และคาดว่าเป็นผลจากการฉีดพ่นน้ำอย่างพร้อมเพียงกันดังกล่าวทำให้เกิดการระเหยและสร้างความชุ่มชื้นในอากาศจนเกิดฝนขึ้น มาตรการในปัจจุบันคือมาตรการเร่งด่วนเมื่อไฟเกิดขึ้นต้องดับอย่างเต็มที่และปัจจุบันก็ฉีดพ่นน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำลังพลในการปฏิบัติก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือทางจังหวัดบูรณาการทุกฝ่ายไปเฝ้าระวังทั้ง 18 อำเภอและฝ่ายทหารที่สั่งการโดยแม่ทัพภาคที่ 3

จึงคาดหวังว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ฮอตสปอตจะลดลงและสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันในอากาศจะลดลง โดยเฉพาะต้องไม่ลักลอบเผาเพราะที่ผ่านมามีการเผากันหลายครั้งซึ่งต้องถามหาจิตสำนึกและปัจจุบันทางจังหวัดยังไม่มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติเพราะคาดว่าจะเกิดขึ้นเฉพะช่วงนี้เท่านั้น รวมทั้งยังไม่มีการขยายระยะเวลาของมาตรการห้ามเผาอย่างเด็ดขาดทุกชนิดตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.-15 เม.ย.นี้ แต่หากยังมีการลักลอบเผากันอีกก็อาจจะนำกลับมาพิจารณาได้เช่นกัน

นอกจากนี้ทางด้านกองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งเฮลิคิปเตอร์แบบ MI-17 เข้าประจำการสนับสนุนในภาระกิจการนำน้ำเข้าไปดับไฟในพื้นที่ซึ่งเข้าถึงยากและเป็นพื้นที่ลาดชันที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และยังได้มีการแสตนบาย เฮลิคอปเตอร์ แบบ ฮ.ท.212 ทำหน้าที่สนับสนุนการลำเลียงเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าในบริเวณที่เข้าถึงยาก ซึ่งจะใช้การโรยตัวลงไปยังพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องโดย ณัฐวัตร ลาพิงค์ | ภาพโดย ณัฐวัตร ลาพิงค์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์