พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า หลังจากได้สอบสวน นายชัยชนะ ซึ่งนายชัยชนะยังมีอาการมึนเมายาเสพติดอยู่ประมาณ 50 เปอร์เซ็น ทราบว่า นายชัยชนะ และ น.ส.กุลดารา คบกันมาเป็นเวลา 8 เดือน อยู่ด้วยกันเพราะความรัก มีทะเลาะ กันบ้างตามประสาคู่รัก แต่ที่มาของเรื่องนี้เกิดจากความหึงหวง จึงกลับมาเสพยาเสพติดเมื่อ 2 เดือน ที่ผ่านมา เคยเสพมาแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน ต่อมาภายหลังได้ทะเลาะกับ น.ส.กุลดารา บ่อยครั้งจึงทำให้เกิดความเครียด และไม่สามารถทำงานได้ โดยตั้งแต่ที่คบกันมา ทั้งคู่มีปากเสียงกันมาโดยตลอด มีการทะเลากันตลอดในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เดือนเมษายน ส่วนมากเป็นเรื่องหวาดระแวง หึงหวง เพราะรักแฟนสาวมาก
"นายชัยชนะ ยังได้บอกด้วยว่า เคยลองใจ น.ส.กุลดารา โดยให้น.ส.กุลดารา ย้ายออกจากคอนโด น.ส.กุลดารา จึงได้เขียนจดหมายขึ้นมา มีใจความว่า ขอเลิกกับ นายชัยชนะ แต่ยังมีความรู้สึกรักอยู่ จึงไม่ยอมย้ายออกจากคอนโด โดยสาเหตุที่ตัดสินใจทำร้ายร่างกาย น.ส.กุลดารา เพราะอยากให้ น.ส.กุลดารา รู้ตัว สำนึก ให้ลืมเรื่องในอดีต ทั้งหมดและมาเริ่มต้นกับ นายชัยชนะ อย่างจริงจัง และรัก นายชัยชนะ เพียงคนเดียว"
ส่วนที่นำมีดมาปาดคอนั้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนนายชัยชนะ ยังได้ระบุว่า ทราบดีว่ามีดไม่คม และไม่ได้มีเจตนาจะให้ถึงแก่ชีวิต แค่อยากเตือนเพียงเท่านั้น ถ้าเจตนาฆ่า คงฆ่าไปนานแล้ว และสาเหตุที่ไลฟ์สด เพราะอยากสั่งสอนน.ส.กุลดารา หรือต้า รวมทั้งคนที่มาจีบ ให้รู้ ว่า นายชัยชนะ เอาจริงแล้วเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ ที่ใช้ทำร้ายร่างกาย ผู้ต้องหาให้การยืนยันว่า ไม่ได้ใช้เตารีดทำร้ายร่างกาย สำหรับเรื่องหุ้น จำนวน 40 ล้านนั้น ทางด้าน น.ส.กุลดารา และ นายชัยชนะ ได้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง