ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พบกันครึ่งทาง!....ในยุคกำลังซื้อถดถอย?

10.77K 6.08K
พบกันครึ่งทาง!....ในยุคกำลังซื้อถดถอย?

     วันนี้ผู้เขียนอยากจะเขียนเรื่องย้อนศรเศรษฐกิจ ยุคฝืดเคือง ผู้คนไม่ค่อยมีเงินจะใช้จ่ายซื้อข้าวของ..กำลังซื้อหดหาย เป็นที่ร้องโอดครวญของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างๆ ที่ขายข้าวของอาหารการกิน หรือสินค้าต่างๆกันถ้วนหน้า.ช่วงนี้ถ้าเราสังเกตเห็นโฆษณาในโทรทัศน์ หรือในหน้าหนังสือพิมพ์ จะเห็นว่าผู้ประกอบการทั้งหลายยังคงลดกระหน่ำราคาสินค้ากันอยู่ แม้ล่วงเลยช่วงเทศกาล มาแล้วบางห้างเอาของมาลดราคากันแบบเทกระจาด เกิน 50% เสียอีก เพื่อกระตุ้นแรงซื้อ. สิ่งนี้น่าจะแสดงให้เห็นว่า กำลังซื้อช่วงนี้ถดถอยจริงๆ เพราะผู้คนไม่ค่อยซื้อ..ผู้เขียนมีเพื่อนที่ทำงานในกลุ่มวงการร้านอาหารที่บอกว่า ช่วงนี้จำเป็นต้องทำโปรโมชั่นลดราคาและ สร้างทางเลือกให้ลูกค้า โดยเน้นไปที่ขนาดอาหารที่เล็กลง หรือเป็นชุด ในราคาที่ลดลง สมเหตุผล เพราะผู้คนกำลังซื้อน้อยลง . ข้อนี้น่าจะเป็นจริงเพราะหากดูในกลุ่มอาหารที่เป็นพวกรับประทานด่วนทั้งหลาย . จะจัดโปรโมชั่นโดยเน้นโฆษณาสินค้าใหม่ที่มีขนาดกำลังพอดีในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก ให้เป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อลดลง ได้ตัดสินใจซื้อกันง่ายขึ้น. ไม่อย่างนั้นยอดขายจะแผ่วแน่นอนในช่วงกำลังซื้อถดถอย....     สำหรับผู้บริโภคที่รายได้ระดับกลางถึงระดับสูง และยังพอมีกำลังซื้ออยู่บ้าง .ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาทองของนักช้อปทั้งหลายที่จะได้มีโอกาสซื้อสินค้าหลากหลายในราคาที่ลดกระหน่ำแบบสุดๆกันไปเลย..เพราะผู้ขายใช้วิธีกระตุ้นกำลังซื้อด้วยการลดราคาจริงๆแล้วน่าเห็นใจด้วยกันทั้งคู่ คือผู้ซื้อก็กำลังซื้อน้อยลง ผู้ขายก็ขายสินค้าของตัวเองไม่ได้ดังนั้นการเลือกการบริโภคสำหรับสินค้าต่างๆ  จึงน่าจะเป็นการพบกันแบบครึ่งทาง .แน่นอนที่ผู้ขาย ขายราคาเดิมไม่ได้แล้วต้องลดแลกแจกแถม.เพื่อกระตุ้นยอดขายที่ซบเซา..ผู้บริโภคก็ต้องฉลาดพอที่จะเลือกในการจับจ่ายใช้สอยตามกำลังซื้อของตนที่ทำได้แค่นี้ก็เจอกันครึ่งทางแล้ว..เรียกว่า win win ด้วยกันทั้งสองฝ่าย. ผู้เขียนขอเล่าเรื่องตัวอย่างใกล้ตัวให้ฟังสักหน่อย.     แถวบ้านแม่ของผู้เขียนย่านแฮปปี้แลนด์ ลาดพร้าว.. มีร้านขายข้าวแกงร้านหนึ่งอยู่ติดกับธนาคารกรุงไทย สาขาถนนแฮปปี้แลนด์   ร้านข้าวแกงร้านนี้หากมีโอกาสผู้เขียนจะแวะไปทานเสมอๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่ค้าแกขายแบบบ้านๆ รสชาติอร่อย คุณภาพอาหาร ปริมาณและราคาสมเหตุผลเท่าที่ผู้เขียนจำได้คือทานข้าวแกงเจ้านี้ตอนราคาจานละ 20บาท สำหรับราดกับข้าว 1 อย่าง.หากราด 2 อย่างสมัยก่อนนั้น 25 บาท . หากบอกว่าตอนนั้น ร้านอื่นเขาขายกันไปที่ราคาจานละ 30-35 บาทกันไปหมดแล้ว ..มายุคปัจจุบันเวลานี้  แม่ค้าขายข้าวแกงท่านนี้ที่มักจะเรียกแทนตัวเองว่า ยายบุญสม ..ทั้งๆที่ตัวแม่ค้าเองก็ยังดูไม่แก่ แกเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี. ก็ยังคงขายข้าวแกง และแกงถุงในราคามิตรภาพอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ขึ้นราคาแบบมากมาย ปริมาณ และคุณภาพ ที่ยังคงเดิมลองคิดดูว่า แกงถุงตักราคา 25 บาท คงหายากมากแล้วในยุคนี้ หากยังมีคุณภาพและปริมาณ ที่ดีเหมาะสม..แม้ว่าราคาข้าวของวัตถุดิบจะขึ้นราคาไปหลายขุม. แต่แม่ค้าก็ยังคงขายราคานี้ ..     ผู้เขียนเคยมีโอกาสพูดคุยถามแม่ค้าท่านนี้ว่า.ช่วงนี้กำลังซื้อหดหาย ข้าวแกงขายเป็นอย่างไรบ้าง?.แม่ค้าท่านนี้บอกกับผู้เขียนว่า ไม่กระทบอะไรเท่าไรนัก ลูกค้ายังคงอุดหนุนเหมือนเดิมแถมดูเหมือนจะมีลูกค้ามากขึ้นอีก เพราะไม่เพียงแต่ลูกค้าเก่าเท่านั้น.ยังมีลูกค้าใหม่เข้ามาซื้อแกงของแกมากขึ้น.      สิ่งที่เห็นคือ ยายบุญสม แม่ค้าขายข้าวแกง ยังคงมีกับข้าว และแกง 5 หม้อ แทบทุกวันเหมือนเดิม..พร้อมกับเครื่องเคียง หมูเค็มทอด ปลาดุกตากแห้งทอด ปลานิลทอด ไข่ต้มยางมะตูม กุนเชียงทอด. ทุกอย่างขนาดกำลังพอดีทาน ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป. ข้อสำคัญคือมีขนมหวาน วนเวียนกันไปตามวัน ให้ทานล้างปากหลังจากทานข้าวแกงรสจัดไปแล้วอีกด้วย.(ผู้เขียนเคยเปรียบเทียบเมื่อทานขนมหวาน ถ้วยละ 12 บาท ฟักทองแกงบวด ของยายบุญสม กับฟักทองแกงบวดในร้านอาหารหรู ที่ห้างแถวปทุมวัน ที่ขายฟักทองแกงบวดถ้วยละ 60บาท . ขอบอกว่า ของยายบุญสม อร่อยกว่าเป็นไหนๆ )      ผู้เขียนเอ่ยปาก บอกแม่ค้าข้าวแกงว่า ช่วงนี้อย่าขึ้นราคานะ! เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่กำลังซื้อน้อยลง ยายบุญสม แม่ค้าข้าวแกงบอกผู้เขียนว่า ไม่ขึ้นราคาหรอก เพราะแกเห็นหลายร้านที่ขายอาหารในตลาดใกล้กัน ราคา 40-45บาท ของเหลือแบะแบน..  ขายราคานี้ไปก่อน "  แกบอกผู้เขียนว่า ใช้วิธีปรับการเลือกซื้อวัตถุดิบแต่คุณภาพต้องคงอยู่  หรือบางอย่างต้องมาทำเองเพราะแกบอกว่าต้นทุนมันจะถูกลงกว่า   ข้าวสารที่หุงก็เอามาเองจากนาที่บ้าน.ลูกค้ายังมากินเรื่อยๆ ไม่มีผลกระทบอะไร. ยังขายได้เป็นปรกติทุกวัน.นี่เป็นคำบอกเล่าจากปากแม่ค้า.แถมยังมีคนมาว่าเหมาให้ยายบุญสมทำแกงใส่ถุงให้ เพื่อเอาไปขายต่อเอากำไรอีกต่างหากเอาเข้าสิ.     ผู้เขียนคิดว่า .วิธีคิดแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับห้างร้านต่างๆ ที่กำลังลดกระหน่ำเพื่อดึงลูกค้าในช่วงกำลังซื้อที่ถดถอยอยู่ในขณะนี้เช่นกัน.. เพียงแต่ว่า.แม่ค้าขายข้าวแกงอย่างยายบุญสมนี้ คงไม่รู้สึกถึงผลกระทบของกำลังซื้อถดถอยเท่าไรนัก.เพราะแกขายข้าวแกงแบบพอเพียง พอดีๆตัว ขายราคาที่คนซื้อก็ไม่เดือดร้อน.คนขายก็ไม่เดือดร้อน แบบพบกันครึ่งทาง  พอมีกำไรบ้าง.เป็นแบบนี้มานานแล้วมีคนซื้อของแกเรื่อยๆเหมือนเดิม หมดทุกวัน..ประมาณนั้น.

ที่มา บล้อกเกอร์ Wildwatcher@OKnation คลิก

  


เรื่องโดย [email protected] | ภาพโดย [email protected]
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend