หากลองคำนวณดูคร่าวๆ สมมติว่า เฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักจากเว็บไซต์สำหรับจองที่พักที่ถูกที่สุดจอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท/คน เมื่อรวมกับค่าบัตรในราคาที่ถูกที่สุดจะอยู่ที่ 29,200 บาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าอาหาร ค่าประกันการเดินทาง ฯลฯ
แต่ถึงอย่างนั้นหากเปรียบเทียบราคาบัตรกับรายได้ต่อหัวของไทยและญี่ปุ่นแล้ว ค่าบัตรของไทยกลับแพงกว่าญี่ปุ่น ซึ่งรายได้โดยเฉลี่ยของคนไทยต่อคนอยู่ที่ประมาณ 45 บาท/ชั่วโมง ส่วนรายได้โดยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นต่อคนอยู่ที่ราวๆ 1,000 เยน/ชั่วโมง (ประมาณ 237 บาท) เพราะฉะนั้นเราต้องทำงานประมาณ 93 ชั่วโมง ถึงจะได้ซื้อบัตรราคาถูกที่สุดของปีนี้ได้ เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่ทำงานเพียง 17 ชั่วโมงก็สามารถซื้อบัตรในราคาที่ถูกสุดของปีที่ผ่านมาได้
แพงแต่ก็อาจจะคุ้ม
ประเด็นที่ถูกพูดถึงเช่นเดียวกันหลังจากที่ทาง Summer Sonic Bangkok เผยข้อมูลออกมาคือ ไลน์อัพศิลปินที่ยังประกาศออกมาไม่หมด ทำให้ผู้จะซื้อบัตรไม่มั่นใจถึงความคุ้มค่าของราคาที่จะเสียไป
ปัจจุบันมีศิลปินที่ถูกประกาศชื่อออกมาแล้วได้แก่ YOASOBI, Laufey, Nothing But Thieves, AURORA, Lauv, Bodyslam (แขกรับเชิญพิเศษ BABYMETAL และ F.HERO), BRIGHT, และ Violette Wautier ทั้งนี้มีศิลปินที่ทาง Summer Sonic Bangkok ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อออกมา
ทว่าการเปิดขายบัตรขณะที่ยังประกาศไลน์อัพไม่ครบ หรือบัตรรอบ Blind Tickets นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับงานเทศกาลดนตรี เนื่องจากมีหลายงานที่ทางผู้จัดเปิดขายบัตรขณะที่ยังประกาศไลน์อัพของศิลปินไม่ครบเช่นเดียวกัน อาทิ Maho Rasop แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชมกล้าซื้อบัตรของเทศกาลดนตรีเหล่านี้ก่อน คือ ความเชื่อใจในตัวผู้จัด ที่ได้รับความไว้วางใจในการคัดเลือกศิลปินที่จะมาขึ้นแสดงในงานเทศกาลดนตรี และหลายต่อหลายครั้งก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทางผู้จัดงานสามารถมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ชมได้
อย่างไรก็ตามงาน Summer Sonic Bangkok ปีนี้มี บริษัท Paradise E&A เป็น sub-licensor โดยบริษัท แบงกอก คอนเนค จำกัด เป็นผู้รับมอบสิทธิ์ต่อ หรือ sub-licensee และเป็นโปรโมเตอร์ของการจัดงานครั้งนี้ โดยมีบริษัท อะไรก็เก่ง จำกัด ร่วมในการประสานการจัดงาน ซึ่งผู้ชมอาจไม่คุ้นกับชื่อบริษัทเหล่านี้เท่าไหร่ในวงการการจัดงานเทศกาลดนตรี นั่นจึงส่งผลต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่มีต่อการซื้อบัตรในครั้งนี้
เทศกาลดนตรีหรือคอนเสิร์ต
อีกหนึ่งส่วนที่ผู้ชมตั้งข้อสงสัยคือ สถานที่จัดงาน ซึ่งโดยปกติแล้ว งานเทศกาลดนตรีมักจะเป็นงานที่จัดกลางแจ้ง ร่วมกับขนาดพื้นที่จัดงานที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ สำหรับจุผู้มาร่วมงานจำนวนมาก อย่างเช่น Big Mountain Music Festival จัดที่เขาใหญ่ หรือ Summer Sonic 2023 เมืองโตเกียว ก็จัดที่ Zozo Marine Stadium & Makuhari Messe ซึ่งสถานที่กลางแจ้งเช่นเดียวกัน
การเปลี่ยนสถานที่จัดงานเป็นในร่มจึงอาจส่งผลต่อภาพจำของคนทั่วไปที่มีต่อคำว่ามิวสิกเฟสติวัล ซึ่งปัจจัยดังกล่าวก็มีส่วนต่อการตัดสินใจที่ผู้จะซื้อบัตรในปีนี้เช่นเดียวกัน
แผนผังงาน
หลังจากทาง Summer Sonic Bangkok ได้เผยแผนผังงานออกมา ถือว่าสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับการแบ่งโซนหน้าเวทีและตัวงานออกเป็นแต่ละส่วนอย่างชัดเจน ซึ่งผิดกับเทศกาลดนตรีที่อื่นๆ หรืองาน Summer Sonic เมื่อปีก่อนๆ ที่มีหลายเวทีและสามารถให้ผู้ชมเดินจากเวทีนี้ไปร่วมสนุกกับอีกเวทีได้อย่างอิสระ
หรือตัวอย่างเช่นเทศกาลดนตรี Coachella หนึ่งในเทศกาลดนตรียอดฮิตที่จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในทุกๆ ปี จะไม่มีการแบ่งโซนบริเวณเวที แต่จะใช้วิธีการแบ่งพื้นที่บางส่วนสำหรับให้ผู้ถือบัตร VIP เข้าใช้แทน ซึ่งทำให้บริเวณหน้าเวทีจะเป็นพื้นที่เปิด ที่ไม่ว่าใครจะซื้อบัตรมาในราคาเท่าไหร่ก็สามารถร่วมสนุกและจอยไปกับดนตรีได้
ไทยมีเทศกาลดนตรีอยู่แล้ว
อย่างที่ทราบกันว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความต้องการให้การจัดงาน Summer Sonic Bangkok 2024 นี้ เป็นเทศกาลที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว จากการรวมตัวกันของชาวต่างชาติที่จะมาเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี ตลอดจนเป็นการดีที่ประเทศไทยจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพในอุตสาหกรรมดนตรีในประเทศ ในแง่หนึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลจะเข้ามาพัฒนาและสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรีในประเทศให้พัฒนามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หนึ่งสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ในประเทศไทยเองก็มีงานเทศกาลดนตรีเป็นของตัวเอง เช่น Maho Rasop หรือ PELUPO ซึ่งแต่ละงานล้วนมีแนวดนตรีที่แตกต่างและหลากหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของเทศกาลดนตรีในบ้านเรา ถ้าหากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนเทศกาลดนตรีในประเทศอย่างจริงจัง เชื่อว่าประเทศไทยก็จะมีเทศกาลดนตรีที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายนอกหรือส่งออกเทศกาลดนตรีไปนอกประเทศได้เช่นเดียวกัน
แม้จะมีดราม่าเกิดขึ้นมา แต่ทาง Summer Sonic Bangkok ก็ได้รับรู้และรับทราบถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และล่าสุดทางผู้จัดก็ได้ปรับเปลี่ยนราคาและแผนผังเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่เสียงของผู้ชมส่งไปถึงผู้จัดงาน ทั้งนี้ Summer Sonic Bangkok ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมดนตรีของไทย ทำให้เป็นที่น่าจับตามองว่า ในอนาคตเทศกาลดนตรีและอุตสาหกรรมดนตรีของไทยจะเติบโตไปในทิศทางใด
ข้อมูลอ้างอิง