ด้านนางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า เชียงใหม่อยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด มานานกว่า 18 เดือน ผู้ประกอบการมีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต่างมีการปรับธุรกิจให้ตรงกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ปัจจุบันเน้นไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดการประชุมสัมมนาเป็นตลาดที่มีความสำคัญ รัฐบาลมีความช่วยเหลือผู้ประกอบการตามลำดับ มีการปลดล็อคเงื่อนไขต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวเนื่องจากต้องดำเนินธุรกิจ มีการขับเคลื่อนธุรกิจตามวิถีชีวิตในปัจจุบัน หากไม่มีธุรกิจ ไม่มีเศรษฐกิจที่ดี ก็ไม่สามารถที่จะดูแลคนในพื้นที่ได้
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนและต้องคำนึงถึงเป็นอันดับ มาตรการที่รัฐบาลออกมาให้ความช่วยเหลือ สร้างความเข้าใข เป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อให้ปฏิบัติตาม เป็นการสร้างมาตรฐานชีวิตแบบใหม่ในเรื่องการคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของประชาชนในพื้นที่ เพื่อดำเนินชีวิตขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถือเป็นสิ่งที่ดีในการสร้างมาตรฐานในการใช้ชีวิต
ผู้ประกอบการเห็นว่าในพื้นที่เองมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมในพื้นที่ โดยการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเมืองสร้างเศรษฐกิจ ต้องมีการจ้างงานที่เพื่อสร้างเศรษฐกิจระดับครอบครัว ดังนั้นหากร่วมมือกันในการขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัย และส่งต่อประสบการให้กับนักเดินทางให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานที่ชาวเชียงใหม่วางไว้ สิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการคือต้องพยุงการจ้างงาน