การระบาดในครั้งนี้จะยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากนั้นก็จะเริ่มลดลง ต่ำมากๆ แล้วจะไปเพิ่มอีกครั้งหนึ่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าในปีหน้า ประชากรเกือบทั้งหมดก็น่าจะมีภูมิต้านทาน แล้ว
ดังนั้นในขณะนี้ถ้าไม่ได้กระตุ้นด้วยวัคซีน ธรรมชาติหรือการติดเชื้อก็จะกระตุ้นให้ การติดเชื้ออาการแทรกซ้อนก็จะมากกว่าการฉีดวัคซีน
ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ทางด้าน นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า
สถานการณ์โรคโควิด 19 ประเทศไทย สัปดาห์ที่ 45(วันที่ 6 – 12 พฤศจิกายน 2565) มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 12.8 เปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตยังมีแนวโน้มคงตัว ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ ในช่วงเริ่มต้นการระบาดครั้งใหม่ที่มีลักษณะเป็น Small wave หลังจากการปรับให้โรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565
กรมควบคุมโรค ได้ติดตามข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากทั้งผู้ป่วยรับการรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วย หรือผู้ติดเชื้อที่ดูแลอาการตนเองที่บ้านผ่านทางระบบการรายงานโดยสปสช. และดำเนินการเฝ้าระวังสถานที่เสี่ยงใน 8 จังหวัด เริ่มพบผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดท่องเที่ยว โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งจังหวัดส่วนใหญ่รับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติเพิ่มขึ้น และมีการจัดกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมากขึ้นด้วย แม้ว่าผู้ป่วยอาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตในรอบสัปดาห์ที่ 45 มากกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นผู้ที่ไม่รับวัคซีนโควิด 19 และไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรค หากติดเชื้อโควิด 19 มีโอกาสป่วยหนักได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ขณะที่อีกมุมมองที่น่าสนใจจากทาง หมอดื้อ หมอธีระวัฒน์ ได้โพสต์ล่าสุดระว่า ไว้ว่า
อาการเหนื่อยล้า เพลียง่าย ภายหลังหายจากการ "ติดโควิด"
หมอดื้อ
ทั้งๆ ที่ขณะที่เป็น โควิด อาการไม่จำเป็นต้องรุนแรงเสมอไป
กลไก สาเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้ มีได้ต่างๆ ดังนี้
1-อาการเกิดขึ้นได้แม้ว่าเอกซเรย์ปอดและการทำงานของปอดรวมทั้งหัวใจ ยังปกติ
2-เกิดจากได้จากกลไกเดียวหรือหลายอย่างร่วมกัน เช่น
- การนอนผิดปกติ นอนไม่หลับ หรือ หลับๆ ตื่นๆ หรือดูเหมือนหลับนาน 8-9 ชม. แท้จริงหลับได้ไม่ลึก (deep sleep) ซึ่งปกติมนุษย์ควรจะนอนหลับลึกได้คืนละ 75 นาที ไม่เช่นนั้นกลางวันจะเพลีย ล้าตลอด
- เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อลดลง จากรายงานการศึกษาพบว่าจะมีเลือดข้นกว่าธรรมดาและสันนิษฐานว่าเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้ออาจจะนำเลือดไปได้ไม่เพียงพอ รวมทั้งทำให้เห็นว่ามีกล้ามเนื้อลีบลงทั่วไป
- ในร่างกายยังมีการอักเสบอยู่ และการอักเสบดังกล่าวยังไปกระทบสมองจุดชนวนให้มีการอักเสบครั้งที่สองและทำให้อายุของเซลล์สมองสั้นลง และมีการสะสมโปรตีนผิดปกติในสมองมากขึ้น และมีมากได้จนหลงลืม เลื่อนลอย อารมณ์เปลี่ยน
- เป็นความแปรปรวนในกลุ่มเซลล์สมองจำเพาะ จากการอักเสบข้างตัน และยังคงดำเนินต่อเนื่อง และมีผลในการหลั่งฮอร์โมนและการควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติแปรปรวนจากกลุ่มเซลล์ในก้านสมอง
สามารถแก้ได้ อย่าท้อถอย ตากแดด เดินหมื่นก้าว อบร้อน เข้าใกล้มังสวิรัติ หลีกเลี่ยงมลพิษ สารเคมี คุมโรคประจำตัวให้ดี
ช่วยได้จริงๆ ไม่เสียสตางค์ นะครับ