เมนูเมี่ยงข้าวพองดอกไม้เนื้อปูรสเผ็ด ใช้ “ข้าวสังข์หยด” จากจังหวัดพัทลุงทางตอนใต้ของประเทศ และเสิร์ฟคู่กับดอกไม้ที่รับประทานได้ เนื้อปู พริก และมะขาม
เมนูซุปข้าวเบือหมูตุ๋น ซุปสไตล์อีสานที่ปรุงด้วยเนื้อหมูตุ๋น วอเตอร์เครส และน้ำซุปที่ทำจาก “ข้าวเขี้ยวงู” ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวจากทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงราย
เมนูจานหลัก ข้าวกล้องเนื้อสวรรค์ ทำจากเนื้อสันนอกอบแห้งจากออสเตรเลีย เสิร์ฟคู่กับใบกระเพรากรอบ และ “ข้าวพลับพลึง” หรือที่มีอีกชื่อเรียกว่า “ข้าวน้ำนม” ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่เติบโตเร็วจากทางตอนใต้-กลางของจังหวัดสุรินทร์
เมนู แกงข้าวพันใบชะพลูย่างกุ้งใหญ่ ใช้ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” เฉพาะถิ่นทางตะวันตกของจังหวัดราชบุรี ข้าวเมล็ดสีม่วงเข้มนี้เป็นพันธุ์ผสมระหว่างข้าวหอมมะลิสองสายพันธุ์ และจะถูกนำมาเสิร์ฟคู่กับอาหารจานแกงของภาคใต้ที่ปรุงด้วยกุ้งกุลาดำตัวใหญ่และใบชะพลูสำหรับห่อ
เมนูของหวาน บัวลอยข้าวกล่ำ ไอติมกะทิ เป็นบัวลอยที่ทำจากข้าวเหนียวดำเสิร์ฟคู่กับไอติมกะทิ โดยใช้ “ข้าวลืมผัว” จากจังหวัดเพชรบูรณ์ตอนกลาง ทั้งนี้ ตามตำนานของชาวม้ง ข้าวสายพันธุ์นี้มีรสชาติอร่อยมากจนภรรยาที่กำลังทำอาหารอยู่ถึงกับรับประทานข้าวจนหมดแทนที่จะให้สามีได้ทาน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ข้าวลืมผัว”
เมนูของหวานจานสุดท้าย เปียกปูนข้าว ที่หอมอร่อยด้วยข้าวหอมมะลิ เฉพาะถิ่นของทุ่งกุลา จังหวัดร้อยเอ็ดทางอีสานตอนกลาง
โปรแกรมท่องเที่ยวประเทศไทยด้วยรสชาติ
นอกจากการออกแบบเมนู Thai Rice Journey จะมอบโอกาสในการสร้างความสุขให้กับผู้รับประทานแล้ว ยังให้โอกาสในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับชาวนาในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยอีกด้วย
“เรายินดีที่จะได้แบ่งปัน ‘โปรแกรมท่องเที่ยวด้วยรสชาติ’ ตามภูมิภาคต่างๆ ของไทยที่มีการปลูกข้าว โดยหวังว่าการเดินทางด้วยอาหารรสเลิศจะทำให้แขกของเรามีความเข้าใจความหลากหลายของอาหารไทยและเรื่องราวของชาวนาไทยที่ปลูกข้าวเพื่อเป็นวัตถุดิบหลักของร้านอาหารและครัวเรือนทั่วโลก” เชฟมณนิภา กล่าว
ใครอยากลิ้มรสเมนู Thai Rice Journey ทั้ง 8 คอร์ส มากันได้ที่ร้านอาหารทิพย์ธารา ของโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2566