ขณะที่ นางกาญจนา เล่าว่า เธอมีความมุ่งมั่นกับการสร้างแบรนด์ที่มีคนเป็นหัวใจหลัก เราใช้สิ่งธรรมดาภูมิปัญญาวัฒนธรรมอีสานมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่น จน "กระเป๋าไก่บ้าน" กลายเป็นไวรัล เธอเล่าว่าแบรนด์ของเธอ นอกจากจะสร้างสรรค์ผลงานจากความเป็นท้องถิ่นไปสู่สายตาของคนทั่วโลกแล้ว ยังตั้งใจที่จะให้โอกาส ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ให้ได้แสดงฝีมือการออกแบบ และ มีโอกาสทำผลงานสู่ตลาดด้วย
แต่ปัญหาคือการเริ่มต้นแบรนด์แฟชั่นในช่วงสถานการณ์โควิด การต้องลงทุนเพื่อรักษาคนไว้ และทดลองผลิตสินค้า โดยที่โอกาสเข้าถึงเงินทุนก็ยากมาก ความหวังที่จะให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้ทำงานอยู่ที่บ้านเกิด นอกจากจะให้เงื่อนไขที่พวกเขาสามารถทำตามความฝันของตัวเองด้วย และรวมทีมเพื่อสร้างงานร่วมกัน เพื่อจะเป็นธุรกิจที่เกื้อกูลคนในชุมชนจริงๆ โดยไม่ได้มีการส่งเสริมจากภาครัฐทั่วถึงและตรงจุดกับที่ดีไซเนอร์ต้องการ
“ความเป็นอีสานมันไม่ใช่แค่จุดขาย แต่มันคือตัวเรา คือครอบครัว มันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี เรามีความฝัน แต่โอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจริงจังมันน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น” นางกาญจนา กล่าว
น.ส.วทันยา กล่าวว่า เธอมองเห็นโอกาสของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศไทย เรามีแฟชั่นดีไซเนอร์ที่มีพรสวรรค์ เรามีทรัพยากรและทุนทางวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง แต่เราขาดนโยบายจากภาครัฐที่ส่งเสริมอย่างตรงจุด กองทุนไอเดียของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นการสร้างพลังให้ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นทางน้ำจนถึงปลาน้ำ
เริ่มจากการเปิดหลักสูตรบ่มเพาะให้ความรู้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ มีทุนให้เริ่มต้นหรือต่อยอดธุรกิจ พร้อมทั้งจับคู่ผู้ผลิตกับวัตถุดิบ และจัดหาตลาดให้แบรนด์ต่างๆ ในตลาดโลก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อยอดความคิดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดี
“คนไทยมีพรสวรรค์ มีความคิดสร้างสรรค์ และประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง แต่เรายังจาดโอกาสจากรัฐ เดียร์จะสร้างโอกาสที่ทุกคนเท่ากัน เพื่อให้คนไทยกินดีอยู่ดี” น.ส.วทันยา กล่าว