กรมทางหลวง รวบรวมจุดชมวิวรับลมหนาวริมเส้นทางสายธรรมชาติ ทิวทัศน์สวยงามหลายเส้นทาง พร้อมที่พักใกล้เคียง จุดกางเต็นท์สัมผัสบรรยากาศยอดดอย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กรมทางหลวง ขานรับนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในช่วงฤดูหนาว และช่วงเทศกาลปีใหม่ 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

แนะนำจุดเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแสงแรกของพระอาทิตย์ หรือ จะชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็น ซึ่งเป็นทิวทัศน์สวยงามหลายเส้นทางด้วยกัน

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

ทางหลวงหมายเลข 1093  (ตอน ขุนห้วยไคร้-ผาตั้ง) ที่ กม.63+500  อยู่ในพื้นที่หน่วยบำรุงทางภูชี้ฟ้า  แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2  ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าที่ได้ชื่อว่าหลังคาแห่งสยามที่ประมาณ กม.64+600 

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

นอกจากนี้หน่วยบำรุงทางภูชี้ฟ้ายังมีพื้นที่กางเต็นท์ให้สัมผัสธรรมชาติและนั่งดูดาวยามค่ำคืนอีกด้วย

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 1009 (ตอน จอมทอง-ดอยอินทนนท์)  ที่ กม.40-41  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงจอมทอง แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1  ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเดินทางไปยัง พระมหาธาตุเจดีย์พระนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ รวมทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน และดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของแดนสยาม 

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

หากนักเดินทางต้องการพักเหนื่อยหรือกางเต็นท์สัมผัสบรรยากาศยอดดอยสามารถมาพักได้ที่หมวดทางหลวงจอมทอง ช่วง กม.ที่ กม.ที่ 30+450  ซึ่งจะอยู่เลยจุดชมวิวประมาณ 10 กิโลเมตร

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 1095 (ตอน ท่าไคร้ – แม่ฮ่องสอน) ที่ กม.154+800  จุดชมวิวลุกข้าวหลาม  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงแม่ฮ่องสอน  แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน จุดชมวิวนี้เป็นที่พักระหว่างการเดินทางปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

ทางหลวงหมายเลข 1095  (ตอน แม่นะ-ท่าไคร้)  ที่  กม.120+500  จุดชมวิวกิ่วลม  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงปางมะผ้า  แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน เป็นจุดชมวิวเช้าที่ให้ชมธรรมชาติแบบเทือกเขาสลับซับซ้อนอยู่ระหว่างเส้นทางปาย-ปางมะผ้า

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 108  (ตอน แม่สุริน – ปางหมู) ที่ กม.337+025  จุดชมวิวผาบ่อง  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงแม่ฮ่องสอน แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่พักระหว่างการเดินทางจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 1226 (ตอน จ่าโบ่-ปางคาม)  ที่ กม.3+150 จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงปางมะผ้าแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวยๆแบบ 360 องศา

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 2196 (ตอน นางั่ว-ทุ่งสมอ) ที่ กม.23+600 ด้านขวาทาง  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงเขาค้อ แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเดินทางไปบนเขาค้อ

 

เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่กรมทางหลวงมีพื้นที่กางเต็นท์ที่หมวดทางหลวงเขาค้อให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสบรรยากาศเมืองแห่งสายหมอก

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

ทางหลวงหมายเลข 1090  (ตอน ห้วยน้ำริน-อุ้มผาง) ช่วง กม.87+935 - 88+135 อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ แขวงทางหลวงตากที่ 2 

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

เป็นจุดพักกึ่งกลางทางระหว่างทางจาก อ.แม่สอดไป อ.อุ้มผาง โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1167 และเข้าทางหลวงหมายเลข 1288 เพื่อไปน้ำตกทีลอซู ซึ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย โดยทางหมวดฯ ได้มีบริการพื้นที่กางเต็นท์ให้บริการแก่นักเดินทางได้พักระหว่างทางด้วย

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

ทางหลวงหมายเลข 2222  (ตอน โขงเจียม –สะพือ) ที่ กม.0+850  อยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงโขงเจียม  แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 โดยพื้นที่จะอยู่ติดกับวัดถ้ำคูหาสวรรค์

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ภายในบริเวณหมวดฯ จะมีหน้าผาให้ชมวิวและมองลงไปจะมองเห็นบรรยากาศแม่น้ำโขงและพื้นที่กางเต็นท์ให้บริการแก่นักเดินทางได้สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืนอีกด้วย

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

ทางหลวงหมายเลข 211 (ตอน ศรีเชียงใหม่-ห้วยเชียงดา) ที่ กม.73+500 ด้านขวาทาง ซึ่งจุดชมวิวจะอยู่ในพื้นที่หมวดทางหลวงสังคม แขวงทางหลวงหนองคาย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

 

นักเดินทางจะได้สัมผัสความสดชื่นและความสวยงามของธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง หากมองไปจะเห็นทิวเขาที่ตั้งอยู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

โดยเส้นทางนี้กรมทางหลวงได้จัดให้เป็นจุดพักคอยระหว่างการเดินทางไปยังสกายวอร์ค วัดผาตากเสื้อ ประมาณ 10 กิโลเมตร และสามารถเดินทางต่อไปยัง อ.ปากชม และ อ.เชียงคาน จ.เลย

 

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

นอกจากนี้ ในระหว่างการเดินทางหากผ่านมาทางหลวงหมายเลข 1 (ตอน พาน-ร่องขุ่น) ที่ กม.896+845-กม.897+158 ด้านขวาทางริมถนนพหลโยธิน  กรมทางหลวง โดย แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 หมวดทางหลวงแม่ลาว จะมีบ่อน้ำร้อนห้วยทรายขาวอยู่ริมถนนพลโยธินในพื้นที่

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

โดยจะมีห้องแช่ตัวให้บริการจำนวน 4 ห้อง  อาคารแช่เท้าจำนวน 2 จุด จุดบริการนวดแผนไทย ไม่มีการเก็บค่าบริการใดๆ  ซึ่งเปิดให้บริการในวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.  จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเวลาให้บริการ

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์

 

 

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้  โดยจัดเตรียมจุดบริการกางเต็นท์ทั่วประเทศจำนวน 38 แห่ง  จุดให้บริการทั่วไทย 421 แห่ง 

 

ภายในจุดบริการทั่วไทยจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการประชาชนผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การให้ข้อมูลเส้นทาง แนะนำเส้นทางเลือก บริการน้ำดื่ม รวมทั้ง แอลกอฮอล์เจลล้างมือ    หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งได้จัดเตรียมห้องน้ำสะอาดบริการประชาชน 581 แห่ง (ในพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศ)

 

แจกพิกัด! เส้นทางสายธรรมชาติ สัมผัสหมอก-ชมพระอาทิตย์