จากความเชื่อแพร่หลายไปในลักษณะนี้ตะเกียงดังกล่าวนอกจากมีไว้ส่องสว่างเส้นทาง ตามความเชื่อของชาวไอริชโคมไฟนี้กลายเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ขับไล่ความชั่วร้าย สร้างความหวาดกลัวให้แก่ภูตผีวิญญาณที่มาถึงบ้าน และกลายเป็นสัญลักษณ์ภาพจำแห่งเทศกาลไปในที่สุด
ด้วยความที่เทศกาลฮาโลวีนเป็นเทศกาลฉลองหลังฤดูการเก็บเกี่ยว พืชผักพื้นถิ่นสำหรับใช้ในการทำโคมไฟจึงแตกต่างกันตามแต่ละท้องที่ สำหรับต้นตำรับอย่างไอร์แลนด์เดิมทีหัวผักกาดเป็นผักที่หาง่ายจึงถูกนำมาอ้างอิง แต่พืชที่ใช้สำหรับนำไปแกะสลักไม่ได้มีแค่อย่างเดียว ยังมีทั้งหัวมันแกวหรือมันฝรั่ง รวมถึงอังกฤษยังมีการใช้บีทรูตแทนอีกด้วย
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นฐานเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ภายหลังชาวไอริช สก็อต รวมถึงอังกฤษจำนวนมากย้ายถิ่นฐานสู่ดินแดนใหม่ พวกเขานำวัฒนธรรม ประเพณี ความรู้เหล่านี้ติดไป และนำเอาการเฉลิมฉลองหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวไปจัดด้วย ทำให้เริ่มมีแนวคิดการเปลี่ยนพืชที่ใช้แกะสลักหรือทำโคมไฟอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นทั้งหัวผักกาด มันฝรั่ง หรือบีทรูตแบบที่ชาวบ้านคุ้นเคย ฟักทองกลายพืชท้องถิ่นได้รับความนิยม ทั้งปลูกและหาง่าย มีขนาดใหญ่โต และสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการนำไปแกะสลัก นอกจากนั้นยังสามารถคว้านเอาเนื้อฟักทองทางด้านในมาเป็นวัตถุดิบ ใช้ในการประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้โดยไม่เสียเปล่าอีกด้วย
นั่นทำให้โคมไฟของแจ็ค โอ แลนเทิร์นและของประดับที่ใช้ในเทศกาลฮาโลวีนเปลี่ยนเป็นฟักทองด้วยประการฉะนี้
ภายหลังได้รับความนิยมในสหรัฐฯ เทศกาลฮาโลวีนก็เริ่มแพร่หลายไปทั่วโลก ทำให้ฟักทองกลายเป็นภาพจำและสัญลักษณ์ของเทศกาล กับแสงไฟสีเหลืองส้มส่องออกมาจากหัวฟักทองที่ถูกแกะสลักหน้ายิ้มลงไป สร้างสีสันแก่งานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่ประจำปีในที่สุด