กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนช่วงนี้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น อาจทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ระวังป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ขอให้ยึดหลัก ...สุก ร้อน สะอาด... .

14 กุมภาพันธ์ 2564 จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในปี 2563 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 87,093 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบมากในกลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือ อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และ 25-34 ปี ตามลำดับ  และในปี 2564 พบผู้ป่วย 6,900 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต  โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่มก้อนจำนวน 2 เหตุการณ์ ซึ่งอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย มีผู้ป่วยจำนวน 30 ราย และศูนย์พักพิงเด็กด้อยโอกาสแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ป่วยจำนวน 16 ราย
การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพของสัปดาห์นี้ คาดว่ามีโอกาสพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น ประชาชนอาจมีการรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกก่อนรับประทาน หรือทิ้งค้างไว้ข้ามวัน และมีการรับประทานอาหารร่วมกัน อาจเกิดการระบาดใหญ่เป็นกลุ่มก้อนได้  กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" 
โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องอุ่นทุกครั้งก่อนรับประทาน เลือกบริโภคอาหาร น้ำดื่ม และน้ำแข็งที่สะอาด หากมีกลิ่นหรือรส เปลี่ยนไป ไม่ควรรับประทานต่อ ให้ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานร่วมกัน 
สำหรับผู้ประกอบอาหารควรเลือกอาหารที่ผ่านการเตรียมเป็นอย่างดี ไม่ให้มีการปนเปื้อนอาหารโดยใส่ผ้ากันเปื้อน สวมหมวกคลุมผม ไม่พูดคุยหรือไอจามขณะปรุงอาหาร ใช้ถ้วยแบ่งหรือใช้ช้อนกลางส่วนตัว ล้างมือก่อนหยิบจับอาหาร รักษาความสะอาดของห้องครัว เก็บอาหารให้ปลอดภัยจากสัตว์ต่างๆ และใช้น้ำสะอาดปรุงอาหาร  
ผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่จะมีอาการภายใน 8-12 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ได้แก่ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรงถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ มีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาจมีไข้ร่วมด้วย การดูแลเบื้องต้นให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ถ้ามีไข้ให้ยาลดไข้-พาราเซตามอล กินอาหารอ่อน ห้ามกินยาหยุดถ่ายอุจจาระ ในรายที่มีอาการถ่ายอุจจาระมาก อาเจียนรุนแรงทำให้ขาดน้ำรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อกหมดสติได้ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422