ทั้งนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะขับเคลื่อนทั้งงานปกป้อง สนับสนุน ส่งเสริม ได้แก่ การปกป้อง ส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การปกป้อง คือการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.นมผง เพื่อปกป้องสิทธิและสุขภาพของเด็กทุกคนไม่ให้เสียโอกาสในการกินนมแม่ ผ่านการควบคุมวิธีการโฆษณาและส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก
การส่งเสริม คือ การจัดระบบบริการสุขภาพ ที่สร้างความรอบรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว ตั้งแต่ฝากครรภ์ ต่อเนื่องถึงการจัดบริการห้องคลอดคุณภาพและการดูแลหลังคลอดที่ช่วยแม่ให้เริ่มให้นมลูกได้เร็วและ ตามต้องการ เชื่อมโยงถึงชุมชนที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเกือบ 1 ล้านคน คอยให้คำปรึกษา อย่างใกล้ชิดที่บ้าน
ส่วนการสนับสนุน คือการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยช่วยเหลือให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ โดยในระบบบริการสุขภาพมีการจัดตั้งคลินิกนมแม่เพื่อช่วยแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรในสถานประกอบกิจการสำหรับแม่ทำงาน มีการผลักดันการจัดตั้งมุมนมแม่
ทั้งนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ได้มีการสนับสนุนการนโยบาย สธ. ส่งเสริมให้เด็กได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก เพื่อส่งเสริมให้ลูกจ้างและนายจ้างเห็นความสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีภูมิต้านทานโรค สุขภาพแข็งแรง พัฒนาการสมวัย ประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกจ้างในการซื้อนมผง ที่มีคุณค่าทางอาหารน้อย และมีการลงนามร่วมกับ 7 องค์กรที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559-กรกฎาคม 2561 มีสถานประกอบกิจการจัดตั้งมุมนมแม่ จำนวน 1,745 แห่ง ลูกจ้างใช้บริการมุมนมแม่ จำนวน 11,159 คน ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 999,882 คน ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 334,770,000 บาท ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีมาช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อดึงดูดนายจ้างเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยรูปแบบนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนทดแทน กำหนดไว้ว่าจะได้รับลดหย่อนเมื่อลูกจ้างปลอดภัย มีสุขภาพดี มีความสุขในการทำงาน ส่วนการขยายเวลาลาคลอดเป็น 6 เดือนนั้นเป็นเรื่องยาก ขณะนี้ขยายจาก 90 วัน 98 วัน ซึ่งจะนับวันที่ต้องไปตรวจครรภ์ด้วย"
ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุด สำหรับ 6 เดือนแรก เด็กกินนมแม่ เป็นวิธีที่ทั้งฉลาดและประหยัดเพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง กินนมแม่มีผลอย่างมากกับการอยู่รอดปลอดภัย สุขภาพ ภาวะทางโภชนาการ และพัฒนาการของเด็ก เด็กทารกที่ได้กินนมแม่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ เด็กที่ไม่ได้รับนมแม่เมื่อโตขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หอบหืดในเด็ก และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และที่สำคัญกว่านั้น เด็กที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีกว่า