ทางด้าน เชฟวิลแมน ลีออง ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้กล่าวว่า "การแข่งขันในปีนี้มีความท้าทายมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเน้นมาตรฐานการแข่งขันอาหารในระดับสากลที่ถือว่าเข้มขันชัดเจนมากที่สุด โดยพิจารณาจากการให้คะแนนในด้าน รายละเอียดการเตรียมวัตถุดิบ ความเป็นมืออาชีพด้านครัว การจัดตกแต่งอาหาร และคะแนนด้านรสชาติ ซึ่งเชฟที่เข้าแข่งขันทั้งหมดจะต้องทำเวลาและแสดงฝีมือการทำอาหารภายในเวลาที่กำหนด เราได้แบ่งการแข่งขันทั้งหมดออกเป็น 21 ประเภท โดยมีไฮไลท์หลักอยู่ที่ Mekong Culinary Challenge เป็นการทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากแม่น้ำโขงเพื่อตอกย้ำความอุดมสมบูรณ์ทางด้านวัตถุดิบในแถบประเทศอินโดจีนหรือภูมิภาคอาเซียน ที่พิเศษในปีนี้ เราได้ร่วมมือกับสมาคมเชฟโลกจัดการแข่งขัน Asian Chef of The Year 2017,Asian Young Chef of The Year 2017 และ การแข่งขัน Asian Pastry Chef of The year 2017 ซึ่งจะเป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนเชฟเอเชียเข้าแข่งขันในเวทีเชฟระดับโลกอีกด้วย"
สำหรับผู้ที่ชนะการแข่งขันในแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยมีรางวัลใหญ่ 3 ประเภท คือรางวัล Best Establishment Award สำหรับทีมที่ทำคะแนน รวมสูงสุด รางวัล Best Ultimate Professional Chef Award สำหรับผู้เข้าแข่งขันประเภทบุคคลระดับเชฟมืออาชีพ ที่ทำคะแนนรวมสูงสุด และรางวัล Best Ultimate Junior Chef Award สำหรับผู้เข้าแข่งขันประเภท บุคคลระดับเชฟเยาวชน ที่ทำคะแนนรวมสูงสุด ทั้งนี้ ยังมีรางวัลของการแข่งขันประเภทต่างๆ ได้แก่ การแข่งขันการปรุงอาหารไทยในแบบสมัยใหม่ เมนูเนื้อแกะ เมนูเนื้อวัว เมนูซีฟู้ด เมนูเนื้อเป็ด ทั้งนี้ยังมีการประกวดการจัดแสดงอาหาร ประเภทขนมหวานไทย ขนมนานาชาติ ปฏิมากรรมขนมหวาน ตลอดจนการแกะสลักผักผลไม้