ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัย เชื่อว่าหลายคนมีการนำมาตรการรัดเข็มขัดมาใช้ควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้กระทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค จะดีแค่ไหน ถ้าคุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำดื่มได้มากถึง 18,000 บาทต่อปีในครอบครัวขนาด 4 คน วันนี้มีคำตอบ..

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
เริ่มต้นด้วยการลดปริมาณการซื้อน้ำดื่มที่บรรจุขวดพลาสติกแล้วหันมาพกน้ำดื่มที่บรรจุในภาชนะพกพาที่คุณสามารถดูแลสุขอนามัยครอบคลุมได้ทั้งภาชนะและน้ำดื่มด้วยตัวคุณเองซึ่งการที่คุณจะมีน้ำดื่มที่ดีต่อสุขอนามัยของคุณได้ตั้งแต่ที่บ้าน ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องตรวจสอบเครื่องกรองน้ำที่บ้านการติดเครื่องกรองน้ำที่บ้านควรเลือกเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพที่ดี

โดยคำว่า ดีในที่นี้ก็ต้องดีทั้งต่อสุขอนามัยของคุณเอง และดีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมด้วย ดังนั้น เครื่องกรองน้ำที่ยังคงแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในน้ำดื่มเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ ทั้งยังต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจาก NSF/ANSIและมีเทคโนโลยีสมาร์ทชิพ เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะคอยแจ้งเตือนคุณโดยอัตโนมัติเมื่อถึงกำหนดการเปลี่ยนชุดไส้กรอง หรือเมื่อพบสิ่งผิดปกติแปลกปลอมทำให้คุณไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องความสะอาดในน้ำดื่มอีกต่อไป ซึ่งในคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นถือว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน4e ซึ่งมีอยู่ในทุกเครื่องกรองน้ำ eSpring

จะดีแค่ไหน ถ้าคุณประหยัดเงินค่าน้ำดื่มได้มากกว่า 18,000 บาทต่อปี

ยิ่งไปกว่านั้นรู้หรือไม่ ว่ารัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 1,200ล้านบาทต่อปี* เพื่อทำลายขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้สอยในชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเราหันมาพกขวดน้ำและใส่น้ำดื่มจากเครื่องกรองน้ำแทน เราจะมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะขวดน้ำพลาสติกได้มากถึง10,000 ขวดต่อปีเลยทีเดียว

จะดีแค่ไหน ถ้าคุณประหยัดเงินค่าน้ำดื่มได้มากกว่า 18,000 บาทต่อปี


ทั้งหมดที่กล่าวมา คงเพียงพอแล้วสำหรับการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนจากการซื้อน้ำดื่มที่มีราคาประมาณขวดละ 5-10 บาท มาเป็นการกรองน้ำดื่มจากที่บ้านไปทานง่ายๆ เพียงแค่ 1 นาที เรียกได้ว่า ทั้งประหยัด ทั้งได้น้ำดื่มที่มีคุณประโยชน์ คุณสามารถมองหาเครื่องกรองน้ำที่มีคุณสมบัติดังข้างต้นได้จากeSpring ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง

จะดีแค่ไหน ถ้าคุณประหยัดเงินค่าน้ำดื่มได้มากกว่า 18,000 บาทต่อปี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: *http://www.dailynews.co.th/bangkok/245629