โครงการคัดเลือกเอกชนในการเช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก มีปมการประมูลที่มีพิรุธ บริษัท อีสท์ วอเตอร์ จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และ "ศรีสุวรรณ จรรยา" ยื่นข้อมูลเพิ่มให้ ป.ป.ช.เร่งรัดสอบเอาผิดก๊วนประมูลท่อส่งน้ำ EEC

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้  อุปสรรคหนึ่งที่ไทย สู้เวียดนาม ไม่ได้คือ ราคาน้ำสำหรับกิจการใน EEC ที่แพงกว่า

 

ภาคเอกชน ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้กรมธนารักษ์ชะลอการคัดเลือกบริษัทเอกชน เช่า/บริหาร ระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกโดยเจาะจงเพียงบางราย ซึ่งวิธีดังกล่าวจะกระทบต้นทุนราคาน้ำในอนาคต ส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการกำหนดราคาน้ำในอนาคต ควรให้มีคณะกรรมการควบคุมราคาน้ำ ให้เหมาะสม

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

โครงการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก กรมธนารักษ์ มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีคุณสมบัติเพียง 3 ราย ให้มายื่นข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือก

 

30 กันยายน 2564 คณะกรรมการที่กรมธนารักษ์ตั้งขึ้น ประชุมและมีมติเลือกเอกชนรายใหม่ โดยไม่ฟังเสียงโต้แย้งจากลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม EEC ที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี ว่าไม่ควรเร่งรีบเปิดประมูล เพราะไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง ทั้งส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

การประมูลครั้งนี้ อายุสัญญา 30 ปี กรมธนารักษ์ จะได้รับผลตอบแทนตลอดระยะเวลา 30 ปี เป็นเงิน 1 หมื่น 5 พันล้านบาท ดังนั้น บริษัท อีสท์ วอเตอร์ ที่การประปาส่วนภูมิภาคถือหุ้นใหญ่ และเป็นเอกชนรายเดิมที่บริหารโครงการฯ เมื่อแพ้การประมูล จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากมองว่า ครม. เคยมีมติให้กรมธนารักษ์ เจรจากับรายเดิมก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดไม่น้อยกว่า 3 ปี

 

นอกจากนี้ การดำเนินการคัดเลือกครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการให้การดำเนินการมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและให้บริการน้ำในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นหลักการที่เป็นสาระสำคัญ

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

บริษัท อีสท์ วอเตอร์ ฟ้องว่า แม้จะใกล้สิ้นสุดอายุสัญญาในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 แต่เป็นพันธะของกรมธนารักษ์ ที่จะต้องพิจารณาจัดทำสัญญาฉบับใหม่เพื่อให้บริษัทรายเดิมเป็นผู้ใช้ และบริหารโครงการท่อส่งน้ำต่อไปตามมติครม. เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศได้

 

ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อีสท์ วอเตอร์ มองว่า แม้จะอยู่ในสถานะถือหุ้น แต่ไม่สามารถแทรกแซง บริษัทได้

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

การเปิดประมูลของกรมธนารักษ์ ครั้งนี้ จึงอยู่ในความสนใจของเอกชนที่อยู่ในเขต EEC ความผิดปกตินี้ ศรีสุวรรณ จรรยา บอกกับ สืบสวนความจริง ว่า มีข้อพิรุธที่การยกเลิกผลการคัดเลือก แล้วคัดเลือกเอกชนรายใหม่ ซึ่งให้ผลประโยชน์ตอบแทนน้อยกว่าบริษัท อีสท์ วอเตอร์ จึงเป็นข้อพิรุธ ที่สลับซับซ้อน และต้องการให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ เมื่อธนารักษ์ เปิดประมูลแล้วมีเอกชนเข้ามาเสนอราคาประมูลถูกต้อง แล้วก็ให้ผลประโยชน์ต่อภาครัฐค่อนข้างจะสูง แล้วทำไมมีการยกเลิกการประมูล แล้วก็ไปเปิดประมูลใหม่ แล้วก็ได้บริษัทใหม่เข้ามา พอบริษัทใหม่ที่เข้ามาเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ แล้วผลประโยชน์ที่จะกลับคืนให้กับภาครัฐ เมื่อเทียบกับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ กลับน้อยกว่า ก็เป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ สลับซับซ้อน ก็เลยจำเป็นที่จะต้องไปยื่นให้ ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนสอบสวน ว่ากรณีนี้มีการเอื้อประโยชน์กันหรือมีการทุจริตกันหรือไม่ 

 

ล่าสุด 5 พฤษภาคม 2565 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นข้อมูลเพิ่มต่อ ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนเอาผิดคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำน้ำสายหลักในภาคตะวันออก อธิบดีกรมธนารักษ์ และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เป็นประธาน กรณีมีข้อพิรุธการเปลี่ยนแปลง TOR โครงการประมูลท่อส่งน้ำ EEC ซึ่งสมาคมฯได้เคยร้องเรียนไว้ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปลายปี 2564

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

แต่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม ยังคงเดินหน้าเปิดการประมูล ทั้งๆ ที่มีข้อพิรุธมากมายจนนำไปสู่การฟ้องร้องกันในศาลปกครองปัจจุบัน อันเนื่องมาจากมีการปรับปรุง TOR ใหม่ โดยกำหนดเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ใหม่ อันเป็นข้อพิรุธ คือ

1.ยกเลิกลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอ

2.ปรับลดทุนจดทะเบียนของผู้ยื่นข้อเสนอจาก 500 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท

3.ปรับลดหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจาก 800 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท 

4.เปลี่ยนข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ยื่นเสนอจาก ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพและประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ และหรือบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำ

 

ต้องเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคเกี่ยวกับการจัดการน้ำ และมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาซองข้อเสนอ โดยในครั้งแรกจะนับคะแนนจากซองที่ 2 และซองที่ 3 รวมกัน จนกระทั่งมีการประกาศผู้ชนะการประมูลด้วยมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

นอกจากนั้นยังมีความผิดปกติหรือเป็นข้อพิรุธอีก นอกจากการเปลี่ยนเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ใหม่ในครั้งที่ 2 อันเป็นข้อพิรุธ คือ เหตุใดไม่มีการเปิดประมูลโครงการแบบอีบิดดิ้งให้ทุกบริษัทเข้ามาแข่งขันกัน แต่กลับใช้วิธีเรียกมาแค่ 5 บริษัท ในการแข่งขันเสนอราคา และสรุปให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะ จนเรื่องดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดให้เป็นประเด็นที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน

 

กระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้กระทรวงการคลัง ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการฯ โดยให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยเร็วในทุกขั้นตอน ทำให้กรมธนารักษ์ต้องประกาศเลื่อนการเซ็นสัญญาโครงการดังกล่าวกับผู้ชนะการประมูลออกไปก่อนเพื่อให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"

 

กรณีดังกล่าว ชี้ให้เห็นข้อพิรุธหลายประการ หลังจากที่กรมธนารักษ์และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ พยายามเดินหน้าลงนามในสัญญาการประมูลที่มีพิรุธ ไม่ยอมฟังเสียงทักท้วงจากหลายๆ ฝ่าย แม้จะมีการฟ้องร้องกันอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าในที่สุดศาลอาจมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าการประมูลดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายก็เป็นไปได้ และสมาคมฯ ได้ร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

 

และเพื่อให้การตรวจสอบของ ป.ป.ช.มีผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้นำข้อมูลใหม่มายื่นต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติมเพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา ที่อาจใช้อำนาจและดุลพินิจไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

สืบสวนความจริง : ซักฟอกอภิมหาโปรเจกต์ "ระบบท่อส่งน้ำ EEC"