เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ เมื่อธนารักษ์ เปิดประมูลแล้วมีเอกชนเข้ามาเสนอราคาประมูลถูกต้อง แล้วก็ให้ผลประโยชน์ต่อภาครัฐค่อนข้างจะสูง แล้วทำไมมีการยกเลิกการประมูล แล้วก็ไปเปิดประมูลใหม่ แล้วก็ได้บริษัทใหม่เข้ามา พอบริษัทใหม่ที่เข้ามาเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ แล้วผลประโยชน์ที่จะกลับคืนให้กับภาครัฐ เมื่อเทียบกับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ กลับน้อยกว่า ก็เป็นเรื่องที่มีข้อพิรุธ สลับซับซ้อน ก็เลยจำเป็นที่จะต้องไปยื่นให้ ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนสอบสวน ว่ากรณีนี้มีการเอื้อประโยชน์กันหรือมีการทุจริตกันหรือไม่
ล่าสุด 5 พฤษภาคม 2565 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นข้อมูลเพิ่มต่อ ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนเอาผิดคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำน้ำสายหลักในภาคตะวันออก อธิบดีกรมธนารักษ์ และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เป็นประธาน กรณีมีข้อพิรุธการเปลี่ยนแปลง TOR โครงการประมูลท่อส่งน้ำ EEC ซึ่งสมาคมฯได้เคยร้องเรียนไว้ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปลายปี 2564
แต่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม ยังคงเดินหน้าเปิดการประมูล ทั้งๆ ที่มีข้อพิรุธมากมายจนนำไปสู่การฟ้องร้องกันในศาลปกครองปัจจุบัน อันเนื่องมาจากมีการปรับปรุง TOR ใหม่ โดยกำหนดเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ใหม่ อันเป็นข้อพิรุธ คือ
1.ยกเลิกลักษณะต้องห้ามของผู้ยื่นข้อเสนอ
2.ปรับลดทุนจดทะเบียนของผู้ยื่นข้อเสนอจาก 500 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท
3.ปรับลดหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจาก 800 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท
4.เปลี่ยนข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ยื่นเสนอจาก ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพและประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ และหรือบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำ
ต้องเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคเกี่ยวกับการจัดการน้ำ และมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาซองข้อเสนอ โดยในครั้งแรกจะนับคะแนนจากซองที่ 2 และซองที่ 3 รวมกัน จนกระทั่งมีการประกาศผู้ชนะการประมูลด้วยมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้นยังมีความผิดปกติหรือเป็นข้อพิรุธอีก นอกจากการเปลี่ยนเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ใหม่ในครั้งที่ 2 อันเป็นข้อพิรุธ คือ เหตุใดไม่มีการเปิดประมูลโครงการแบบอีบิดดิ้งให้ทุกบริษัทเข้ามาแข่งขันกัน แต่กลับใช้วิธีเรียกมาแค่ 5 บริษัท ในการแข่งขันเสนอราคา และสรุปให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะ จนเรื่องดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดให้เป็นประเด็นที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน
กระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้กระทรวงการคลัง ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการฯ โดยให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยเร็วในทุกขั้นตอน ทำให้กรมธนารักษ์ต้องประกาศเลื่อนการเซ็นสัญญาโครงการดังกล่าวกับผู้ชนะการประมูลออกไปก่อนเพื่อให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
กรณีดังกล่าว ชี้ให้เห็นข้อพิรุธหลายประการ หลังจากที่กรมธนารักษ์และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ พยายามเดินหน้าลงนามในสัญญาการประมูลที่มีพิรุธ ไม่ยอมฟังเสียงทักท้วงจากหลายๆ ฝ่าย แม้จะมีการฟ้องร้องกันอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าในที่สุดศาลอาจมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าการประมูลดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบด้วยกฎหมายก็เป็นไปได้ และสมาคมฯ ได้ร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
และเพื่อให้การตรวจสอบของ ป.ป.ช.มีผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้นำข้อมูลใหม่มายื่นต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติมเพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา ที่อาจใช้อำนาจและดุลพินิจไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย