เนชั่นทีวี

คลิปเด็ด

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

22 ม.ค. 2565 | kewalee_pal

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

มีคำพิพากษาศาลฎีกา ให้สพฐ.เป็นฝ่ายชนะเอกชน แต่เรื่องนี้ยังไม่จบเพราะในคำพิพากษาให้ สพฐ.ต้องปฏิบัติตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างให้ครบถ้วน

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาตกเป็นเหยื่อความไม่สงบเรื่อยมา เพื่อความปลอดภัยของครู สพฐ. เสนอของบประมาณเมื่อปี 2557 เพื่อติดตั้งระบบกล้อง CCTV ให้โรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,104 โรง จำนวน 577 ล้านบาท แต่ที่สุด งบประมาณถูกปรับลดลง เหลือ 405 ล้านบาท

 

ในงบประมาณดังกล่าว สพฐ.ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างใน 12 เขตการศึกษา โดยในปี 2558 ได้คู่สัญญา เอกชน 4 รายจากนั้น เอกชน ทยอยส่งมอบงาน และมีการตรวจรับงานกันในปี 2559 สพฐ.เบิกจ่ายเงินให้บริษัทเอกชนไปทั้งหมด 11 เขต ยกเว้นปัตตานี 1 ซึ่งมีการท้วงติงว่า ติดตั้ง  Software ไม่ครบตามสัญญาฃ

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

ขณะเดียวกันมีการร้องเรียนว่าบริษัทเอกชน 4 ราย ทำผิดข้อกำหนด TOR แนบท้ายสัญญา ในข้อ 1.2.2 ปลายปี 2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น สั่งการให้ สพฐ.ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ 1 ชุด

 

กรรมการชุดที่ สพฐ. ตั้งขึ้นมาตรวจสอบ ยืนยันว่าบริษัทเอกชนทำถูกต้องตามสัญญา ซึ่งตรงกันข้ามกับความเห็นของ ป.ป.ท.ภาค 9 ที่ลงไปตรวจสอบเช่นกัน ป.ป.ท.ภาค 9 เห็นว่าบริษัทเอกชนทำผิดสัญญา คือ ติดตั้งกล้องไม่ครบตามสัญญา

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

นอกจาก ป.ป.ท.มีผลการตรวจสอบ ขัดแย้งกับ สพฐ. ขณะนั้นภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน ก็ลงไปตรวจสอบ และมีความเห็นตรงกับ ป.ป.ท. ว่าบริษัททำผิด TOR ข้อ 1.2.2

ช่วงต้นปี 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รับทราบผลสอบสวนชุดของที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าบริษัทเอกชนผิดสัญญา

 

เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกัน ระหว่าง สพฐ. กับป.ป.ท.และคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี นายแพทย์ ธีระเกียรติ จึงแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาอีกชุด นำโดยนายสุภัทร จำปาทอง เลขา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผลตรวจสอบ คือ บริษัทเอกชนผิดสัญญาจริง

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

นายแพทย์ ธีระเกียรติ จึงสั่งการให้ สพฐ.แจ้งบริษัทคู่สัญญามาแก้ไขให้ครบถ้วนตามสัญญาภายในเดือนเมษายน 2560 บริษัทเอกชน แทนที่จะแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญากลับนิ่งเฉย ยกเว้น บริษัทบางกอก อิเล็กทรอนิก จำกัด ได้งาน 11 โรง จาก 1,104 โรง ได้เข้าไปแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญา

 

สพฐ.ยังคงส่งหนังสือแจ้งไปให้บริษัทเอกชนทั้ง 3 บริษัท ปฏิบัติตามสัญญาถึง 3 รอบ แต่บริษัทกลับนิ่งเฉย ขณะนั้นปรากฎว่า ระบบกล้อง CCTV ชำรุดไปแล้วถึง 60 %

 

เดือนตุลาคม 2560 สพฐ.บอกยกเลิกสัญญาและยึดเงินประกันของบริษัททั้ง 3 บริษัท ทำให้บริษัทเอกชน 3 ราย ยื่นฟ้อง สพฐ. ว่า ไม่คืนเงินประกัน 20 ล้านบาท และเงินที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายของ สพฐ.ปัตตานี เขต 1 ประมาณ 44 ล้านบาท

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้ สพฐ.เร่งดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วนตามสัญญา และให้ยื่นฟ้องเอาผิดบริษัทโดยเร็ว โดยรัฐมนตรีสั่งการไปที่ สพฐ.ถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 แต่เลขา สพฐ. บุญรักษ์ ยอดเพชร อ้างว่า ให้รอผลคดีจากศาล ที่เอกชนเป็นฝ่ายยื่นฟ้องสพฐ.

พฤจิกายน 2564 ศาลฎีกา มีคำพิพากษาว่าบริษัทเอกชน ทำผิดสัญญา สพฐ.สามารถยึดหลักประกันสัญญา 20 ล้านบาท และไม่ต้องจ่ายเงิน ของปัตตานี เขต 1 จำนวน 44 ล้านบาท

สืบสวนความจริง ตอน ระวัง"ค่าโง่" ศธ. CCTV ร.ร.สพฐ.ใต้

ข่าวล่าสุด