แม้ภาครัฐ จะเร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้ต่างประเทศเป็นฐานการกระทำความผิดด้วยการโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อคนไทยให้สูญเงินเป็นจำนวนมาก แต่ขบวนการนี้ไม่หมดไป ล่าสุดแอบอ้างเป็น DSI หลอกลวงเอาเงินของผู้เสียหาย โดยอ้างว่ากำลังถูก DSI ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พลอากาศตรี นายแพทย์ อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีแพทย์ท่านหนึ่ง ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวง และแจ้งมาที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาว่า ถูกหลอกว่าตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน โดยมีคดีเลขที่ A อยู่ที่ DSI หรือ ตำรวจชื้อร้อยตำรวจตรี B จากสถานีตำรวจ C จับกุมคนร้ายได้ และ ตรวจพบสมุดบัญชี บัตรเครดิตชื่อของนายแพทย์ท่านผู้เสียหาย โดยให้ไปรายงานตัว เตรียมเอกสารมากมาย ข่มขู่ในหลายประเด็น และหลอกโอนเงินให้มิจฉาชีพ จึงนำเรื่องเข้าหารือกับอธิบดีดีเอสไอ

สืบสวนความจริง ตอน คอลเซ็นเตอร์...มหาภัยไซเบอร์

DSI รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายโยตรง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงปัจจุบัน มากกว่า 60 เรื่อง ไม่รวมการร้องเรียนผ่านระบบอีกตำนวนมาก ความเสียหาย กว่า 2 ล้าน 4 แสนบาท

วิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้  คือ แจ้งผู้เสียหายถูกดำเนินคดีฟอกเงินของ DSI กำลังถูกออกหมายจับและอาจถูกอายัดเงิน โดยอ้างชื่อ ร้อยตำรวจตรีหญิง คนหนึ่งซึ่งประจำที่สน.พญาไท ให้ข้อมูลเลขบัญชีผู้เสียหายให้เกิดความน่าเชื่อถือ

จากนั้นจะโอนสายต่อให้ผู้ชาย ซึ่งชายคนนี้ จะอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ DSI แจ้งผู้เสียหายให้แอดไลน์ สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างข้อกฎหมาย เลขคดี ตัวละครสมมุติ

สืบสวนความจริง ตอน คอลเซ็นเตอร์...มหาภัยไซเบอร์

จากนั้นสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชี ยอดเงิน และอ้างว่าเพื่อความปลอภัยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้งเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วจะโอนคืนให้ มีเหยือบางรายที่หลงเชื่อโอนเงิน

เมื่อโอนเงินเสร็จแล้ว จะถูกบล็อคไลน์และถอนเงินไปจนเกลี้ยงบัญชี

แต่มีบางรายไม่หลงเชื่อ มาขอตรวจสอบกับ DSI เมื่อมาถึง DSI จึงหลงเชื่อว่าถูกหลอก แต่โชคดีคือไม่สูญเงิน

สืบสวนความจริง ตอน คอลเซ็นเตอร์...มหาภัยไซเบอร์

การตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้องเอาจริงเอาจังในทุกมิติ โดยเฉพาะการยึดอายัดทรัพย์สินคนในขบวนการ ซึ่งอธิบดี ดีเอสไอ พร้อมดำเนินมาตรการนี้อย่างเด็ดขาด

สืบสวนความจริง ตอน คอลเซ็นเตอร์...มหาภัยไซเบอร์