ประเทศไทยจัดไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นยาที่ยกเลิกทะเบียนตำรับไปแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เนื่องจากมีรายงานถึงผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต จัดเป็นยาที่มีฤทธิ์รุนแรง เป็นยาผิดกฎหมายห้ามนำเข้าหรือจำหน่าย แต่ก็มักมีการลักลอบนำไปผสมใน "อาหารเสริม" หรือ “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ที่มีผลในการลดน้ำหนัก หรือยาลดความอ้วน รวมถึงนำไปโฆษณาจนเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
ฤทธิ์เภสัชวิทยาของไซบูทรามีน
กองควบคุมวัตถุเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ฤทธิ์เภสัชวิทยาของไซบูทรามีน คือยับยั้งการดูดเก็บกลับของสารสื่อประสาทบางประเภท เช่น Serotonin, Norepinephrine ทำให้สารเหล่านี้ทำงานนานขึ้น ส่งผลให้ความอยากอาหารลดลงและอิ่มเร็วขึ้น ทั้งกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญของร่างกายด้วย
ข้อบ่งใช้ไซบูทรามีน
ใช้ควบคุมน้ำหนักร่วมกับโปรแกรมควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีมีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 kg/m2 หรือผู้ที่มีมีดรรชนีมวลกายตั้งแต่ 27 kg/m2 แต่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง และความดัน โลหิตสูงที่ควบคุมได้ โดยแนะนำให้ใช้ในขนาด 10–15 มิลลิกรัมต่อวัน
อาการไม่พึงประสงค์ที่พบในผู้ใช้ไซบูทรามีน
สำหรับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยามีตั้งแต่ ท้องผูก ปากแห้ง นอนไม่หลับ คลื่นไส้ หลอดเลือดขยาย ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น สับสน อ่อนแรง ปวดหัว โดยอุบัติการณ์การเกิดแตกต่างกันไป แต่ปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจคือ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
อันตรายในผู้ที่มีโรคประจำตัว
การใช้ไซบูทรามีน อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากผู้ใช้มีโรคประจำตัว เช่น
- โรคหัวใจ
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคตับ
- โรคต้อหิน
- โรคไต
- ภาวะซึมเศร้า
- โรคลมชัก
- ภาวะเลือดไหลผิดปกติ
- โรคนิ่วในถุงน้ำดี
- ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis)
- โรคไทรอยด์
- ภาวะความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรงหรือชนิดที่ไม่สามารถควบคุมได้
นอกจากนี้แล้ว หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการใช้ยานี้เช่นกัน
ทั้งนี้ ยังปรากฏอันตรายของไซบูทรามีนผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านเศร้า ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยาแก้หวัด ยารักษาไมเกรน ยาเสพติด และยากระตุ้นความอยากอาหาร