เนชั่นทีวี

Lifestyle

กรมควบคุมโรค ห่วงผลกระทบฝุ่น PM 2.5 แนะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค หลีกเลี่ยงออกจากบ้าน

22 มี.ค. 2567 | piyawan_uan

กรมควบคุมโรค ห่วงผลกระทบฝุ่น PM 2.5 แนะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค หลีกเลี่ยงออกจากบ้าน

ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังเกินมาตรฐาน "กรมควบคุมโรค" แนะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล หลีกเลี่ยงออกจากบ้าน

22 มีนาคม 2567 นายแพทย์ วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีประชาชนจำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้กลิ่นเหม็นไหม้ และพบว่ามีหมอกควันปกคลุมในหลายพื้นที่ นั้น จากข้อมูลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  กรมควบคุมมลพิษ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5  แบบรายชั่วโมง

เมื่อเวลา 23.00 - 06.00 น. ของวันที่ 20-21 มีนาคม 2567 พบ 39 พื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมไปถึงภาคกลาง มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ โดยพื้นที่ที่พบค่าฝุ่นสูงสุด คือ เขตลาดกระบัง 195.6 มคก./ลบ.ม. รองลงมา คือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 138.8 มคก./ลบ.ม. เขตวังทองหลาง 130.0 มคก./ลบ.ม. เขตจตุจักรและเขตลาดพร้าว 117.2 มคก./ลบ.ม. เขตธนบุรี 113.7 มคก./ลบ.ม. เขตหลักสี่ 110.9 มคก./ลบ.ม. เขตดอนเมือง 110.3 มคก./ลบ.ม. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 101.1 มคก./ลบ.ม.

กรมควบคุมโรค ห่วงผลกระทบฝุ่น PM 2.5 แนะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค หลีกเลี่ยงออกจากบ้าน

สถานการณ์เช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองคอ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใจสั่น ระคายเคืองตา หรือเป็นผื่นคันตามร่างกาย และผู้ที่สัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง คือ

กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวจะมีอาการผิดปกติเจ็บป่วยหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงได้มากกว่าคนทั่วไป

นายแพทย์ วีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังสถานการณ์การเจ็บป่วยที่อาจเกี่ยวเนื่องจากการได้รับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กใน 4 กลุ่มโรคดังกล่าว พบว่าระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 20 มีนาคม 2567 อัตราป่วยทั้งหมด 977 รายต่อประชากรแสนคน โดยอัตราป่วยสูงสุด คือ

  • กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 493 รายต่อประชากรแสนคน
  • กลุ่มโรคตาอักเสบ 395 รายต่อประชากรแสนคน
  • กลุ่มโรคทางเดินหายใจ 12 รายต่อประชากรแสนคน
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด 4 รายต่อประชากรแสนคน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป อัตราป่วย 4,564 รายต่อประชากรแสนคน รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 50-59 ปี อัตราป่วย 3,230 รายต่อประชากรแสนคน อายุ 50-54 ปี อัตราป่วย 2,528 รายต่อประชากรแสนคน อายุ 45-49 ปี อัตราป่วย 1,952 รายต่อประชากรแสนคน อายุ 40-44 ปี อัตราป่วย 1,497 รายต่อประชากรแสนคน อายุ 5-9 ปี อัตราป่วย 1,415 รายต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ

ทั้งนี้ ในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ขอให้ประชาชนปฏิบัติตัว ดังนี้

  • 1. ปิดบ้านให้มิดชิด โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยพักอาศัยอยู่ เพื่อป้องกันฝุ่น
  • 2. เมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้านให้ตรวจเช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน air4thai หรือ "เช็คฝุ่น" หากค่าฝุ่นเกิน 37.5 mg/m3 ให้สวมหน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่นและใช้เวลาอยู่ภายนอกสั้นๆ ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • 3. หากค่าฝุ่นมากกว่า 75.0 mg/m3 ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ไม่ควรออกจากบ้านเพราะมีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงขึ้น
  • 4. หากประชาชนมีอาการผิดปกติ ให้รีบกลับเข้าสู่ที่พักที่ปลอดฝุ่น และรีบปรึกษาแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422


22 มี.ค. 67 "ฝุ่น PM 2.5" เกินมาตรฐาน 25 พื้นที่

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล วันนี้ (22 มีนาคม 2567) เมื่อเวลา 07.00 น. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดได้ระหว่าง 36.5 - 60.5 มคก./ลบ.ม. ในภาพรวมพบว่าปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จำนวน 25 พื้นที่ คือ

  • 1. เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 60.5 มคก./ลบ.ม.
  • 2. เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี : มีค่าเท่ากับ 58.6 มคก./ลบ.ม.
  • 3. เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 58.2 มคก./ลบ.ม.
  • 4. เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 56.3 มคก./ลบ.ม.
  • 5. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 54.4 มคก./ลบ.ม.
  • 6. เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา : มีค่าเท่ากับ 53.5 มคก./ลบ.ม.
  • 7. เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 52.8 มคก./ลบ.ม.
  • 8. เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 52.5 มคก./ลบ.ม.
  • 9.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 52.0 มคก./ลบ.ม.
  • 10. เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ : มีค่าเท่ากับ 51.6 มคก./ลบ.ม.
  • 11. เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 51.3 มคก./ลบ.ม.
  • 12. เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : มีค่าเท่ากับ 51.2 มคก./ลบ.ม.
  • 13. เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 50.6 มคก./ลบ.ม.
  • 14. เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 50.0 มคก./ลบ.ม.
  • 15. เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 49.9 มคก./ลบ.ม.
  • 16. เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 49.9 มคก./ลบ.ม.
  • 17. เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 49.7 มคก./ลบ.ม.
  • 18. เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 46.9 มคก./ลบ.ม.
  • 19. เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง : มีค่าเท่ากับ 46.0 มคก./ลบ.ม.
  • 20. เขตวัฒนา ตรงข้าม noble Reveal(ข้าง MK gold restaurants) : มีค่าเท่ากับ 45.8 มคก./ลบ.ม.
  • 21. เขตลาดพร้าว ภายในสำนักงานเขตลาดพร้าว : มีค่าเท่ากับ 45.3 มคก./ลบ.ม.
  • 22. เขตสะพานสูง ภายในสำนักงานเขตสะพานสูง : มีค่าเท่ากับ 44.7 มคก./ลบ.ม.
  • 23. สวนพระนคร เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
  • 24. เขตห้วยขวาง ภายในสำนักงานเขตห้วยขวาง (ด้านข้างโรงเพาะชำ) ถนนประชาอุทิศ : มีค่าเท่ากับ 43.9 มคก./ลบ.ม.
  • 25. สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม : มีค่าเท่ากับ 43.2 มคก./ลบ.ม.

ข้อแนะนำประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

ข่าวล่าสุด