ฝนหลวงภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นสะสม
จากสถานการณ์หมอกควันและ ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีฝุ่นสะสมหนาแน่น ที่ส่งผลกระทบในระดับวิกฤตต่อเนื่องมานานนับสัปดาห์นั้น ล่าสุด นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า ได้นำเครื่องบินขนาดใหญ่ ชนิด CN 2 ลำ เครื่องบินขนาดกลาง ชนิด CASA 3 ลำ และเครื่องบินชนิด Super King Air อีก 1 ลำ เข้ามาใช้ปฏิบัติการใน 2 ภารกิจ ต่อเนื่องสลับกันไป ปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ
คือในวันที่ความชื้นในมากกว่าร้อยละ 60 จะใช้วิธีการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆให้อ้วนขึ้น เพื่อดูดซับฝุ่นละอองและระบายฝุ่นออกจากพื้นที่ หากความชื้นในอากาศน้อยกว่าร้อยละ 60 จะดัดแปลงสภาพอากาศ ด้วยเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิชั้นอุณหภูมิผกผัน เป็นการเจาะชั้นบรรยากาศให้อากาศสามารถยกตัวและเกิดการระบายของฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ได้ดีขึ้น โดยไม่ทำให้ฝนตก แต่มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการเกิดฝน
โดยในวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีรายงานจะเกิดพายุฤดูร้อน ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จึงได้เตรียมเปิดปฏิบัติการในพื้นที่อำเภออมก๋อย ฮอด แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอวังเหนือ งาว จังหวัดลำปาง รวมถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เลี้ยงเมฆให้โตขึ้นเพื่อเพื่อดูดซับฝุ่นละอองและระบายฝุ่นออก ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมถึงวันที่ 18 มีนาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ขึ้นปฏิบัติภารกิจ โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแพร่ ด้วยเทคนิคดัดแปลงสภาพอากาศไปแล้ว 57 วัน จำนวน 173 เที่ยวบิน
นายกฯ ย้ำ ไม่ประกาศฝุ่นเชียงใหม่เป็นภัยพิบัติ หวั่นกระทบนักท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ
ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังเร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจรครั้งที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน พะเยา เชียงราย น่าน และแพร่ 'ที่หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา ถึงปัญหาฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ
โดย นายกฯ เชื่อว่า ฝนที่ตกลงมาในบางพื้นที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และรัฐบาลยังคงแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมชี้แจงย้ำถึงสาเหตุที่ไม่ประกาศให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า นอกจากเป็นห่วงจะกระทบนักท่องเที่ยวแล้ว ยังห่วงประชาชนในพื้นที่ด้วย เพราะจะกระทบต่อการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ และเชื่อว่า การดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา ยังสามารถช่วงบรรเทาปัญหาได้มากกว่าปีที่แล้วที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นลดลง