เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5

19 มี.ค. 2567 | katatep_lue

นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5

จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 สะสมหนาแน่นต่อเนื่อง นักวิชาการ ชี้สาเหตุหลักมาจากการเผาทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน ด้าน ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นสะสม

19 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สะสมหนาแน่น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง โดยข้อมูลจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2567 รอบเช้าจังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อน จำนวน 89 จุด พบมากสุดในพื้นที่อำเภอ เชียงดาว 32 จุด 

ขณะที่การตตรวจวัดคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2567 โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) พบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ มีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้

  • ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 112.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 
  • ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 125.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 
  • ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 93.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 
  • และ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 161.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5
รศ.พานิช อินต๊ะ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวัดฝุ่น PM 2.5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควัน และ ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ สาเหตุหลักๆมาจาก 2 ปัจจัย คือการเผาในพื้นที่ภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงใหม่เอง และการเผาในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจัยการเกิดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับอากาศปิดทำให้ฝุ่นไม่สามารถถ่ายเทไปได้ และสะสมเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง 
นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5
โดยฝุ่นที่สะสมอยู่นั้นจะอยู่ในชั้นบรรยากาศ แม้ช่วงบ่ายจะมีลมเข้ามามาช่วยทำให้อากาศดีขึ้น แต่เป็นเพียงการเคลื่อนตัวขึ้นลงของฝุ่นเท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหาไม่ได้ทำให้ฝุ่นที่สะสมอยู่หายไป ซึ่งประเมินไว้เบื้องต้นว่าหาก 2-3 วันนี้ยังไม่มีพายุฝนเข้ามาช่วย จังหวัดเชียงใหม่ก็จะยังคงเผชิญกับปัญหาฝุ่นสะสมหนาแน่นอยู่อย่างนี้ เพราะยังคงมีการเผาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเผาในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาจำนวนมาก 

"หากอากาศนิ่งฝุ่นควันในประเทศเพื่อนบ้านจะใช้เวลาเดินทาง 2-3 วันก็จะเดินทางมาถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังถือว่าเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะต้องป้องกันตัวเองโดยเฉพาะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยแบบN 95 ที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้" รศ.พานิช ระบุ

ฝนหลวงภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นสะสม
นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5

จากสถานการณ์หมอกควันและ ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีฝุ่นสะสมหนาแน่น ที่ส่งผลกระทบในระดับวิกฤตต่อเนื่องมานานนับสัปดาห์นั้น ล่าสุด นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า ได้นำเครื่องบินขนาดใหญ่ ชนิด CN 2 ลำ เครื่องบินขนาดกลาง ชนิด CASA 3 ลำ และเครื่องบินชนิด Super King Air อีก 1 ลำ เข้ามาใช้ปฏิบัติการใน 2 ภารกิจ ต่อเนื่องสลับกันไป ปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ

คือในวันที่ความชื้นในมากกว่าร้อยละ 60 จะใช้วิธีการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆให้อ้วนขึ้น เพื่อดูดซับฝุ่นละอองและระบายฝุ่นออกจากพื้นที่ หากความชื้นในอากาศน้อยกว่าร้อยละ 60 จะดัดแปลงสภาพอากาศ ด้วยเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิชั้นอุณหภูมิผกผัน เป็นการเจาะชั้นบรรยากาศให้อากาศสามารถยกตัวและเกิดการระบายของฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ได้ดีขึ้น โดยไม่ทำให้ฝนตก แต่มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการเกิดฝน 
นักวิชาการ ชี้สาเหตุ "เชียงใหม่" ยังเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5
โดยในวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีรายงานจะเกิดพายุฤดูร้อน ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จึงได้เตรียมเปิดปฏิบัติการในพื้นที่อำเภออมก๋อย ฮอด แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอวังเหนือ งาว จังหวัดลำปาง รวมถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เลี้ยงเมฆให้โตขึ้นเพื่อเพื่อดูดซับฝุ่นละอองและระบายฝุ่นออก ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมถึงวันที่ 18 มีนาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ขึ้นปฏิบัติภารกิจ โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแพร่ ด้วยเทคนิคดัดแปลงสภาพอากาศไปแล้ว 57 วัน จำนวน 173 เที่ยวบิน 

นายกฯ ย้ำ ไม่ประกาศฝุ่นเชียงใหม่เป็นภัยพิบัติ หวั่นกระทบนักท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังเร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจรครั้งที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน พะเยา เชียงราย น่าน และแพร่ 'ที่หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา ถึงปัญหาฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ 

โดย นายกฯ เชื่อว่า ฝนที่ตกลงมาในบางพื้นที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และรัฐบาลยังคงแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมชี้แจงย้ำถึงสาเหตุที่ไม่ประกาศให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า นอกจากเป็นห่วงจะกระทบนักท่องเที่ยวแล้ว ยังห่วงประชาชนในพื้นที่ด้วย เพราะจะกระทบต่อการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ และเชื่อว่า การดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา ยังสามารถช่วงบรรเทาปัญหาได้มากกว่าปีที่แล้วที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นลดลง 

ข่าวล่าสุด