เนชั่นทีวี

Lifestyle

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

26 ม.ค. 2567 | thasaneya_rat

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะวิธีเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ซึ่งกลิ่นหอมต่างๆส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้และความจำ โดยจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ และยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับของคลื่นสมองอีกด้วย

โดยการใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) เป็นศาสตร์แห่งการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6,000 ปี ตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และอียิปต์ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย นอกจากจะช่วยเรื่องการนอนหลับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างสมาธิในการทำงาน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายโดยสามารถเลือกเปลี่ยนกลิ่นได้ตามอารมณ์ความต้องการ

 

 

 พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์

 

การมีสุขภาพที่ดีไม่เพียงแค่สภาพร่างกายภายนอก แต่นับรวมถึงสุขภาพด้านจิตด้วยเช่นกัน หากเรามีสุขภาพจิตที่ดีแล้ว ย่อมส่งผลต่อภาวะอารมณ์ในการจัดการกับชีวิตประจำวันของเราได้อย่างดี ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะแข็งแรงสมบูรณ์อย่างไร แต่หากมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียด หรือวิตกกังวล ก็ย่อมส่งผลให้สุขภาพร่างกายของเราไม่ดีได้ด้วยเช่นกัน  พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ แนะวิธีเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ “กลิ่นจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนความทรงจำ หรือฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) และสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic system) ทำให้เกิดการจดจำสิ่งที่เห็นกับกลิ่นที่ได้สัมผัส เมื่อเราได้กลิ่นนั้นอีกครั้ง ก็จะทำให้เราย้อนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ประกอบด้วยภาพ ความรู้สึกและเสียง หากรวมกับสภาพแวดล้อมที่ทำให้เราเกิดความผ่อนคลายก็จะเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้และจัดการกับอารมณ์ของตนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้ส่งผลต่อการเกิดสุขภาวะทางอารมณ์ หรือ Emotional wellness

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

 

สุขภาวะทางอารมณ์ (Emotional wellness) นับเป็นหนึ่งในแปดมิติที่นำไปสู่การมีสุขภาพดีแบบองค์รวม โดยครอบคลุมความรู้และทักษะในการระบุความรู้สึกส่วนตัว รวมถึงความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ ความเครียด และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำให้สามารถลดอัตราการเจ็บป่วย รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ (อ้างอิงงานวิจัยของ Jennifer N. Morey ในหัวข้อ Current directions in stress and human immune function)

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

 

นอกจากนี้สุขภาวะทางอารมณ์ยังส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้และความจำ โดยจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์ อาทิ อะดรีนาลีน เซโรโทนินและโดพามีน ทำให้เราอยู่ในสถาวะที่พร้อมและเอื้อต่อการพัฒนาทักษะทางจิตวิทยา เช่น ความสนใจในการเรียนรู้ การเข้าใจและรับมือกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น การตระหนักและควบคุมกระบวนการทางความคิดและการแก้ไขปัญหา ดังนั้นการมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการเกิดสุขภาวะทางปัญญา(Intellectual wellness) ที่ดีด้วย

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

 

ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติในการปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึกอย่างแพร่หลาย รวมถึงมีหลากหลายงานวิจัยที่ผ่านมาเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติชนิดต่างๆ ที่ส่งผลต่อจิตใจ อาทิ สร้างความสงบ ผ่อนคลาย ลดความรู้สึกเจ็บปวดทางใจ คลายความเครียดและวิตกกังวล กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับของคลื่นสมอง (Brain Wave) ได้เช่นกัน อาทิ

  • กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) และกลิ่นไม้จันทน์หอม (Sandalwood) ช่วยเพิ่มคลื่นอัลฟ่า (Alpha waves) ทำให้เกิดความสงบและผ่อนคลาย ส่งผลให้สมองมีความสามารถในการรับรู้ข้อมูลและจดจำได้ดี
  • กลิ่นมะลิ (Jasmine) กลิ่นโรสแมรี (Rosemary) จะเพิ่มระดับคลื่นเบต้า (Beta waves) ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว การเรียนรู้และจดจำ รวมถึงการใช้ความคิดที่มีความซับซ้อน
  • กลิ่นดอกส้ม (Orange blossom) หรือเนโรลี (Neroli), กลิ่นกุหลาบ (Rose) เพิ่มระดับคลื่นเดลต้า (Delta waves) ช่วยให้นอนหลับลึก หลับสนิท เมื่อร่างกายหลับสนิทก็ส่งผลให้ระบบความจำดีขึ้นตามไปด้วย

การใช้ประโยชน์จากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและสามารถสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ได้ โดยจะให้ผลแตกต่างกันไปตามชนิดของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติที่ใช้ ปัจจุบันน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติก็มีหลายหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ทำให้เราสามารถพกพาความหอมไปได้ทุกที่ เพื่อประโยชน์การเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีได้”

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

 

เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential oil) กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่

 

  • Dopamine (โดพามีน)          สร้างความพึงพอใจ รักใคร่ และความยินดี
  • Endorphin (เอ็นโดฟิน)        คลายความเครียด และความวิตกกังวล
  • Enkephalin (เอนเคฟาลีน)   ลดความเจ็บปวด ส่งเสริมให้มีอารมณ์ดี
  • Serotonin (เซโรโทนิน)        ช่วยให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย

 

นอกจากนี้กลิ่นยังส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปทาลามัส” (Hypothalamus) ควบคุมสารเคมีและฮอร์โมนเพศ สมองส่วน Frontal Lobe ควบคุมความตั้งใจ สมาธิและความจำ รวมทั้ง Reticular System ช่วยผสมผสานการทำงานของร่างกายและจิตใจ  กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติไม่เพียงสร้างความพึงพอใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงคุณค่าในการฟื้นฟูสภาพจิตใจและอารมณ์ตามคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด อ้างอิงตามหลักการของกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) การใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างความผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์และความรู้สึก อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดีได้

 

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แนะใช้กลิ่นหอมช่วยเพิ่มสุขภาวะทางอารมณ์

 

 

 

ข่าวล่าสุด