นอกจากเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ต้องการพลังงานสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลายให้เพียงพอต่อร่างกายแล้ว พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ขนมหวาน ขนมขบเขี้ยว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนของเด็กไทย พร้อมทั้งควรให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 9-11 ชั่วโมง ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้สมองสามารถเรียนรู้ จดจำและมีสมาธิ
คนเราไม่กินมื้อเช้าบ่อยๆ เสี่ยงโรคภัยจริงหรือ?
ต้นเหตุสำคัญของอาการป่วยสาเหตุที่หลายคนมองข้าม คือการไม่กินอาหารเช้า โดยพฤติกรรมนี้แหละที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง เพิ่มความเสี่ยงโรคมากขึ้น อาทิ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ความผิดปติของฮอร์โมน และโรคนิ่วในถุงน้ำดีด้วย
ทำไม “อาหารเช้า” ถึงสำคัญกว่ามื้ออื่น? นั่นเป็นเพราะมื้อเช้าเป็นเหมือนพาวเวอร์แบงค์กักเก็บพลังงานให้กับร่างกายและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันการอดอาหารในมื้อเช้าอาจเป็นภัยเงียบส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ซึ่งข้อมูลโดย ศ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยตัวอย่างโรคในคนที่อดมื้อเช้าเป็นประจำ เช่น
- โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ทั้งจากเส้นเลือดแตกและตันในสมอง
- โรคหัวใจ
- ความดันโลหิตสูง
- ความเครียดจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) และฮอร์โมน
ทั้งนี้ เพราะสมองของคนเราต้องการเลือด และออกซิเจนเป็นอาหารบำรุง ถ้าไม่กินอาหารเช้าก็จะไม่มีเลือดมารับออกซิเจนส่งขึ้นไปเลี้ยงสมองนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วได้อีกด้วย เพราะเมื่อร่างกายของเราต้องตกอยู่ในสภาวะท้องว่าง เนื่องจากการที่ไม่มีอาหารเข้าสู่ร่างกายนานกว่า 14 ชั่วโมง จะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนานเกินไป หากปล่อยไว้นานๆ ละเลยอาหารเช้าเป็นประจำก็จะกลายสภาพเป็นก้อนนิ่วได้ แต่กลับกันหากกินอาหารเช้าเป็นประจำก็จะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายไม่ให้คอเลสเตอรอลมาจับตัวกันได้ จึงเป็นการป้องกัน และช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้
และด้วยเหตุผลทางการแพทย์ที่ว่ามานี้ ไม่ว่าตอนเช้านี้เราจะรีบมากแค่ไหน ก็ไม่ควรละเลยอาหารเช้าโดยเด็ดขาด เพราะมื้อเช้านั้นเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยไม่จำเป็นต้องกินมื้อใหญ่ก็ได้ เพียงแค่ให้มีอะไรใส่ท้อง อย่าง ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวไข่เจียว ขนมปัง หรือแซนด์วิชชนิดต่างๆ หรืออาจจะเป็นเพียงแค่กล้วยสักลูก นมสักแก้วก็ยังดี เพื่อช่วยเติมพลังให้กับร่างกาย แถมยังลดสารพัดโรคร้ายได้อีกด้วยอย่างไรก็ตามหากเป็นไปได้และมีเวลา ควรเลือกอาหารที่มีพลังงานสูงและมีกากใยสูง เช่น ปลา ผัก และผลไม้จะดีมากเลยทีเดียว ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย
ตัวอย่างเมนูมื้อเช้าสไตล์คนเมือง เตรียมง่ายๆ ได้ประโยชน์
- ขนมปังโฮลวีทเนยถั่วกล้วยกับบลูเบอร์รี่ (406 แคลอรี) ขนมปังโฮลวีทปิ้ง ทาเนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยกล้วยหั่นสไลด์ สัก ¼ ถ้วย ทานกับบลูเบอร์รี่สัก 20 ผล เนยถั่ว และกล้วยเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี ส่วน บลูเบอร์รี่ช่วยให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าในยามเช้า
- วาฟเฟิลซันเดย์ (409 แคลอรี) วาฟฟิลโฮลเกรน กับโยเกิร์ตไร้ไขมัน ¼ ถ้วย โรยด้วยเมล็ดอัลมอนด์สับ 1 ช้อนโต๊ะ ทานคู่กับผลราสพ์เบอร์รี่สด ¼ ถ้วย ตบท้ายด้วยราดน้ำเชื่อม ½ ช้อนโต๊ะ อัลมอนด์มีทั้งโปรตีน และไฟเบอร์ และที่สำคัญมีคุณสมบัติเร่งการทำงานของเมตาบอลิซึม ช่วยในการเผาผลาญ
- ขนมปังไข่ชีสกับลาเต้ (401 แคลอรี) ขนมปัง ไข่ และชีส สามารถนำไปชุบทอด หรือประกบทานเหมือนแซนวิชก็ได้ ทานคู่กับกาแฟลาเต้ใส่นมไร้ไขมันแก้วเล็กสักแก้ว เติมพลังในยามเช้าให้ฟิตได้ทั้งวัน
- เมนูไข่กับผักโขม (391 แคลอรี) ทำไข่คนด้วยไข่แดง 1 ฟองและไข่ขาว 2 ฟอง สอดไส้ด้วยผักโขม มะเขือเทศ และมอสซาเรลล่าชีส 2 แผ่น ทานคู่กับขนมปังโฮลวีทปิ้ง