ฝีดาษวานรเจอในไทยตั้งแต่ ก.ค.2565 – เม.ย. 2566 พบแค่ 20 กว่ารายเอง แต่พอถึงเดือนพ.ค.พบ 20 กว่าราย จากนั้นเดือนมิ.ย.พบเกือบ 50 ราย ส่วนเดือน ก.ค.พบแล้วเป็นร้อย ซึ่งในเดือน ส.ค.คาดว่าก็น่าจะเป็นหลักร้อยรายเหมือนกัน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยง คือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย มีคู่นอนที่ไม่รู้จัก ในสถานที่ปิดไฟมิดๆ และมีกิจกรรมทางเพศ
กรณีที่มีผู้เสียชีวิตรายแรกในไทย พบติดเชื้อฝีดาษวานร และเอชไอวีด้วย เสียชีวิตจากตัวไหน?
นพ.โสภณกล่าวว่า น่าจะเป็นสาเหตุร่วมกัน เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน เลยไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษาเอชไอวี เพิ่งมารู้ตอนที่ติดเชื้อฝีดาษวานรแล้ว ดังนั้นภูมิคุ้มกันเลยต่ำมาก
โดยปกติคนติดเชื้อเอชไอวีหากไม่ได้รับการรักษา เม็ดเลือดขาว CD4 จะน้อย รายที่เสียชีวิตพบว่ามีระดับ CD4 เหลือแค่ 16 อีกทั้งยังมีโรคซิฟิลิสด้วย พอติดเชื้อฝีดาษวานรเลยทำให้เกิดการติดเชื้อรา ติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ
ผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรขณะนี้มีจำนวนมากที่พบติดเชื้อเอชไอวีอยู่ก่อนแล้ว กลุ่มนี้ได้รับการรักษาเอชไอวีอยู่แล้วหรือไม่?
กรณีที่มีการรักษาอยู่ก่อน หากรับเชื้อฝีดาษวานรจะทำให้โรคฝีดาษวานรแสดงเป็นอย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รู้ตัวอยู่แล้วและรับยาอยู่ แต่มีบางส่วนที่อาจจะไม่รู้ตัวว่าติดเอชไอวีมาก่อน ทำให้โรคฝีดาษวานรและการติดเชื้อเอชไอวีรุนแรงขึ้นจนเสียชีวิตเหมือนรายที่เสียชีวิตรายแรก
หากไม่ได้รับการรักษาเอชไอวี พอติดเชื้อฝีดาษวานร ภูมิคุ้มกันต่ำก็จะทำให้ติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ ได้ ทั้งนี้กรณีที่ติดเชื้อเอชไอวีแล้วอยู่ในกระบวนการรักษา ได้รับยาต้านไวรัสสม่ำเสมอ เมื่อติดฝีดาษวานรก็จะไม่แตกต่างจากคนทั่วไป
สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่?
นพ.โสภณ กล่าวว่า ก็น่าเป็นห่วงในกลุ่มเสี่ยงที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ส่วนคนทั่วไปที่ไม่มีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงไม่น่าห่วงนัก
โดยพื้นที่ที่มีการติดเชื้อค่อนข้างมากคือ กทม. ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเยอะ ดังนั้นขอให้ลดพฤติกรรมเสี่ยง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เชื้อกำลังเพิ่ม ถ้าลดพฤติกรรมเสี่ยงก็จะทำให้ปลอดภัย
หากไปมีความเสี่ยงมาแล้ว ก็ให้ตรวจสอบตัวเองว่า มีผื่น หรือตุ่มบริเวณที่สัมผัสหรือไม่ ทั้งอวัยวะเพศ ปาก หน้าท้อง แผ่นอก ถ้าลุกลามเป็นตุ่มหนองมากขึ้น บางคนมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีต่อมน้ำเหลืองโต ให้ไปตรวจรักษาที่รพ. สวมหน้ากากอนามัย เว้นการสัมผัสกับผู้อื่น ส่วนคนที่ไม่เป็นก็ขอให้ล้างมือบ่อยๆ อย่าใช้สิ่งของร่วมกับคนอื่น