นพ.สมศักดิ์ เสริมถึงวิธีการป้องกันไว้ว่า ควรป้องกันตัวเองเหมือนเดิม โดยมีระยะห่างระหว่างกัน (Social Distance) ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อย คำแนะนำก็คือถ้าอยู่คนเดียวไม่ต้องใส่ในกลุ่มคนที่ปกติและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เข้าไปในที่ชุมชนหรือที่แออัด ถ้านั่งอยู่ในห้องทำงานคนเดียวก็ไม่ต้องใส่ แต่ถ้าเข้าไปในที่ชุมชน ก็ควรจะป้องกันตัวเองก็ควรจะใส่ สำหรับใครที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดมานานแล้วเกินหนึ่งปีก็ควรจะฉีดซ้ำเพื่อกระตุ้นภูมิ ถ้าเป็นกลุ่ม 608 อาจจะต้องฉีดทุก 6 เดือนในช่วงนี้ เพราะว่ากลุ่ม 608 ถ้าเกิดติดโอกาสเกิดความรุนแรงจะมีมากกว่าคนปกติเป็นเท่าตัว หรือในกลุ่มคนอายุน้อยแล้วมีโรคร่วม ก็ต้องเฝ้าระวังตัวเองเช่นกัน ในการตรวจ ATK ยังสามารถตรวจได้อยู่ตามปกติ ถึงแม้โควิดหรือเชื้อจะกลายพันธุ์ ก็ยังตรวจ ATK ได้ผลอยู่ หรือถ้าในกลุ่ม 608 ที่ฉีดวัคซีนแล้วไม่แน่ใจว่าภูมิไม่ขึ้น ก็แนะนำให้ไปฉีด Long Acting Antibody (LAAB) เพื่อป้องกันจะดีกว่าเพื่อการฉีดรักษา
แนวทางการรับมือของโรงพยาบาล
ในสถานการณ์โควิดที่ต้องเฝ้าระวัง ทางโรงพยาบาลวิมุตก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้เตรียมความพร้อมและวางนโยบายมาตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ หากใครที่มาใช้บริการก็จะทราบว่าวิมุตเราแยกจุดตรวจโควิดไว้อยู่นอกอาคาร โดยจะมีจุดตรวจอยู่ด้านหลังโรงพยาบาล นับเป็นมาตรการแรกที่ทางเราใช้ป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล โดยมีจุดตรวจแยกจากตัวอาคารชัดเจน หากตรวจพบว่ามีคนไข้ป่วย ทางวิมุตก็จะทำการส่งคนไข้เข้าไปที่วอร์ดหรือห้องพักคนไข้โดยตรง ซึ่งเป็นชั้นต่างหากแยกออกจากห้องพักคนไข้ทั่วไป เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ นอกเหนือจากนั้นโรงพยาบาลวิมุตเราก็มียาที่จําเป็นที่จะต้องใช้รักษาเตรียมไว้ให้อย่างครบถ้วน ซึ่งมั่นใจได้ว่าวิมุตจะดูแลท่านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
นพ.สมศักดิ์ ยังเผยจำนวนคนไข้ของโรงพยาบาลวิมุตในตอนนี้มียอดผู้รับบริการของโรงพยาบาลวิมุตนับตั้งแต่วันที่ 1-18 เมษายนที่ผ่านมา จากผู้เข้าใช้บริการทั้งหมดจำนวน 485 ราย มีกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวจำนวน 142 ราย และกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง 14 ราย ในกลุ่มผู้ป่วยสีแดงยังไม่พบก็จริง แต่ก็ไม่ควรละเลย ทั้งนี้ยังฝากพี่น้องประชาชนว่า ช่วงนี้ถ้าใครที่มีคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ที่อายุมาก หรือมีญาติพี่น้องที่มีโรคประจําตัว หากไปในที่ชุมชนหรือที่แออัด ก็ควรใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยง