หนึ่งบทความดีๆ ที่น่าจับตา ไปส่องโพสต์ล่าสุด-สุดปัง เมื่อ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่เพจของ "หมอดื้อ" หรือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยมีใจความระบุว่า
ปรากฎการณ์ทางสมองระบาดหนัก: อาการคลื่นไส้ อาเจียน และสะอิดสะเอียน (Disgust)
* เมื่อขาดความ “สะอิดสะเอียน” จะไม่มีความ “ละอาย” และย่อมนำไปสู่สังคมที่ไม่มีความถูกต้อง เที่ยงธรรม มีศีลธรรม
อาการที่ว่านี้มาด้วยลักษณะคลื่นไส้ ทำให้อยากอาเจียน ทั้งนี้ โดยไม่มีอาการนำ หรือมีอาการร่วมของอาการเวียนศรีษะ บ้านหมุน หรือ โคลงเคลง แต่เป็นลักษณะเฉพาะเจาะจงออกฤทธ์ที่ศูนย์ของก้านสมองระดับ medulla (ศูนย์อาเจียน) ระยะแรกคิดว่ามันคงเกิดจากมลภาวะในอากาศ หรือ ในอาหาร แต่ลักษณะการดำเนินของอาการ และความรุนแรงกลับแปรตามการรับรู้จากสื่อ วิทยุ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์
ความทรมานจากการที่สมองส่วน “ คลื่นใส้/อาเจียน “ ถูกกระตุ้นจนยกระดับขึ้นจนถึงขั้น “สะอิดสะเอียน”
* “สะอิดสะเอียน” (Disgust) เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ทางสมองและอารมณ์
ในระยะแรกจัดเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อการรับรู้สิ่งสกปรก สิ่งผิดปกติ จากประสาทสัมผัส ทั้งรส รูป กลิ่น และมีการบันทึกเป็นหนังสือโดยชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ตั้งแต่ปี ค.ศ.1872 และในเวลาต่อมา Robert Plutchik (เสียชีวิตเมื่ออายุ 78, 29 เมษายน 2006 ) ถือว่า “สะอิดสะเอียน” จัดเป็นอารมณ์ความรู้สึก 1ใน 8 อย่าง ได้แก่ ความโกรธ (Anger) กลัว (Fear) เศร้าสร้อย (Sadness) สะอิดสะเอียน (Disgust) ประหลาดใจ (Surprise) ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) การยอมรับ (Acceptance) และความปิติ (Joy)
Plutchik ได้เสนอว่า อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้เป็นการตอบสนองขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้คนสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม เพื่อมีการดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม และจรรโลงสังคมในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม
ความสะอิดสะเอียนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า (ซึ่งสีหน้าสามารถจำแนกได้ถึง 15 แบบ ตามทฤษฎีของ Paul Ekman) โดยที่จะมีหัวใจเต้นช้าลง ซึ่งต่างจากปฏิกิริยาของหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นในอารมณ์กลัว หรือโกรธ
* ดังนั้น “สะอิดสะเอียน” ขณะนี้ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดว่าเป็นความรู้สึก หรือสัญชาติญาณ เพื่อป้องกันชีวิตแต่อย่างเดียว (เช่น มีต่ออาหารที่เป็นพิษ สิ่งปฏิกูล อาหารบูด เน่าเสีย ของเสีย)
* แต่เป็นสัญชาติญาณ อารมณ์ ความรู้สึกที่มีปฏิกิริยา ต่อความไม่ถูกต้องทางศีลธรรม ความไม่ถูกต้องของสังคม ต่อความประพฤติเลวร้าย ซึ่งรวมถึงการย่ำยีผู้ไม่มีทางสู้ ผู้ด้อยโอกาส
* ความ “สะอิดสะเอียน” ก่อให้เกิดความรู้สึก “ละอาย” ต่อพฤติกรรม ความประพฤติที่ผิดมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นที่ผู้อื่นก่อขึ้น หรือเป็นจากที่ตนเองก่อก็ตาม
สมองที่มีส่วนใน “สะอิดสะเอียน” อยู่ที่ anterior insula (Nature, 1997) จากการศึกษาโดยคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้ (Functional magnetic resonance imaging) แต่ยังมีข้อโต้แย้งในตำแหน่งของสมองส่วนนี้บ้าง (Neuroreport, 2002; Neuroimage, 2004) ผู้ป่วยที่มีสมองผิดปกติทางกรรมพันธุ์ (Huntington’s disease) ปรากฎว่าไม่มีปฏิกริยาของความ “สะอิดสะเอียน” ต่อการรับรู้ทางวัตถุสิ่งของหรือทางการรับรส โดยที่มีความเสื่อมของสมองเป็นคนละส่วนกันกับ anterior insula
* คนในประเทศ มีความรู้สึก คลื่นใส้/อาเจียน และ “สะอิดสะเอียน” ต่อการกระทำ การประพฤติผิดมิชอบ
* ขอเรียนวิงวอนประชาชนกลับหันมาพินิจพิเคราะห์ที่สถานการณ์ประเทศของเราควรอย่างยิ่งที่จะมีการพัฒนาสมอง จิตใจ จิตสำนึกดวงเดียวกัน
“ต้านโกง”
ขอขอบคุณที่มา เพจหมอธีระวัฒน์