เนชั่นทีวี

Lifestyle

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

31 มี.ค. 2566 | teerawat_pra

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

คนที่คิดว่าแข็งแรง ยังหนุ่มสาว การขาดนํ้าเกลือแร่ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะแปรปรวน ทําให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศา แทนที่ตัวจะมีเหงื่อกลับ แห้ง ตัวร้อนจัด พูดสับสนไม่รู้เรื่อง ระดับนี้จะหมายถึงอาการ “ฮีตสโตรก”หรือ "อุณหฆาต" คือถึงตาย.. 

"ไม่ใช่แค่อุณหอัมพาต อ่อนแรงเฉยๆ อาการฮีตสโตรก คนไทยอาจจะคุ้นกันดีในชื่อโรคลมแดด"

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

เอาใจคอข่าวอีกหนึ่งบทความดีๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่หน้าร้อน หรือ หน้าร้อนจัดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในตอนนี้ โดยล่าสุด ที่เพจของ หมอดื้อ หรือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยมีข้อความว่า

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

ลมแดด! ฮีตสโตรก มันมากับความร้อน 
ลักษณะอากาศ  ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป จะสูงกว่าค่าปกติ และสูงกว่าปีที่ผ่านมา อากาศร้อน อุณหภูมิ อย่างนี้ ขนาดที่ว่าต้มไข่สุก ด้วยกลางแดดปรอทขึ้นไปถึง 42 องศา อุณหภูมิขนาดนี้ ร่างกายจะมีการสูญเสียเหงื่อ นํ้า เกลือแร่มหาศาล คนที่เป็น สว. (สูงวัย) และยังมีโรคประจําตัว เช่น ความดัน ต้องทานยาลดความดันโลหิตอยู่แล้ว มีเส้นเลือดหัวใจ สมองตีบ มีโรคไต การขาดนํ้า เกลือแร่ ทําให้เลือดข้น เกิดการ กําเริบของโรคเส้นเลือดตีบและโรคไต 

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

ลักษณะอากาศ ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป จะสูงกว่าค่าปกติ และสูงกว่าปีที่ผ่านมา อากาศร้อน อุณหภูมิ อย่างนี้ ขนาดที่ว่าต้มไข่สุก

 

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

แม้แต่คน ที่คิดว่าแข็งแรงยังหนุ่มสาว การขาดนํ้าเกลือแร่ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะแปรปรวน ทําให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศา 

แทนที่ตัวจะมีเหงื่อกลับ แห้ง ตัวร้อนจัด พูดสับสนไม่รู้เรื่อง ซึ่งถ้าถึงระดับนี้จะหมายถึงอาการ “ฮีตสโตรก” (Heat stroke) หรือ "อุณหฆาต" คือถึงตาย 

ไม่ใช่แค่อุณหอัมพาต อ่อนแรงเฉยๆ อาการฮีตสโตรก คนไทยอาจจะคุ้นกันดีในชื่อโรคลมแดด 
โรคลมแดดเป็นภาวะวิกฤติของร่างกาย ที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ เนื่องจากอากาศร้อนที่ เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง 5-10 องศาเซลเซียสในระยะเวลาสั้นๆ ภาวะนี้จะทําให้สมองรู้สึกชินชากับ ความร้อนที่ได้รับ จนไม่รู้สึกกระหายนํ้า ทั้งๆที่สมดุลนํ้าและเกลือแร่ในร่างกายเสียหาย ส่ง ผลให้ระดับความดันเลือดตก เลือดที่มีนํ้าเป็นส่วนประกอบไปเลี้ยงสมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะ ต่างๆไม่เพียงพอ ทําให้เกิดอาการไตวาย หากเป็นมากๆ เซลล์กล้ามเนื้อก็จะเริ่มแหลกสลาย มีของ เสียตกตะกอนในไต ทําให้เกิด ไตวายซํ้าซ้อน และเสียชีวิตในที่สุด

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  
 

โรคลมแดด จะเห็นเป็นข่าวบ่อยๆ กับชาวบังกลาเทศ ทําให้มีผู้เสียชีวิตครั้งละมากๆ 

 

ฮีตสโตรก สําหรับคนไทยเป็นเพียงการเตือนแบบเบาะๆ ให้ระมัดระวัง ทั้งนี้เชื่อว่าอากาศร้อนในประเทศไทยจะไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วเหมือนต่างประเทศ ที่ผ่านมา

อุณหภูมิในบ้านเรา มักไต่ระดับทีละเล็กละน้อยครั้งละ 1-2 องศาเซลเซียส จาก 35 องศาฯ เป็น 36 องศาฯและจาก 36 องศาฯ เป็น 37 องศาฯ จะไม่เพิ่มขึ้นจาก 35 องศาฯ ทีเดียวไปเป็น 40 องศา การไต่ระดับสูงขึ้นทีละน้อย 
ร่างกายคนไทยจะชิน ปรับสมดุลได้เอง อาจไม่ต้องกังวลมาก

แต่อย่างไรก็ตาม เริ่มมีคนไทยตายจากฮีตสโตรกแล้วโดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มทหารที่ต้องฝึกกลางแดด ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังอีก ได้แก่ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนที่มีความพิการ ทางสมอง จิตประสาทแปรปรวน เป็นโรคหัวใจ ความดัน คนเหล่านี้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือปรับตัวเองได้ไม่ดี

อีกข้อที่สําคัญ ความร้อนของอากาศ ยังขึ้นกับความชื้นในอากาศ ซึ่งป้องกันไม่ให้เหงื่อระเหยระบายความร้อนออก
ไม่ได้ ทําให้ความร้อนจริงที่ร่างกายต้องเผชิญสูงมากขึ้น ยิ่งอยู่กลางแดดและมีลมร้อนจัด สภาวะแวดล้อมแบบนี้จะอันตรายยิ่งขึ้น ที่ต้องระวังในช่วงสงกรานต์ เช่นออกกําลังกายกลางแจ้ง ตีแบดฯ ตีเทนนิส ก็มีโอกาสเป็นลมแดดได้ และแม้อยู่ในที่อับ ร้อนจัด ชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่ได้อยู่กลางแจ้ง ก็เป็นได้เช่นกันถึงแม้จะเสี่ยงน้อยกว่า

อันตรายที่เกี่ยว กับแดดและความร้อน (และชื้น) แบ่งระดับความรุนแรงได้ 4 ระดับ 

  • ระดับแรก แดดเผา ผิวบวม แดง ลอก 
  • ระดับที่สอง ตะคริวตามน่อง กล้ามท้อง 
  • ระดับที่สามเพลียรุนแรง ใกล้จะช็อก ตัวเย็นชืดชื้น ชีพจรเร็วเบา เป็นลม อาเจียน แต่อุณหภูมิร่างกายยังปกติ 
  • ระดับที่สี่ ฮีตสโตรกถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤติ อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 41องศาเซลเซียส ผิวแห้ง ร้อน ชีพจรเร็ว แรง อาจหมดสติ ถึงขั้นเสียชีวิต เหมือนสมองและเครื่องในสุก

อาการฮีตสโตรก ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนในโรงพยาบาล การปฐมพยาบาลขั้นต้น ให้ประคบ เย็นตามซอกตัว เช็ดตัว พัดลมระบายความร้อน นอนราบ ยกเท้าสูง หลบ แดด ผึ่งลม ประคบเย็น และจิบนํ้า ถ้าอาการหนักมาก การใช้นํ้าเย็นอาจทําให้เกิดตะคริวท้อง ให้นอนราบหรือตะแคง หาก อาเจียนร่วมด้วย 

จําไว้ว่า
การดื่มนํ้าจะทําให้เกิดอันตรายในระดับ 3 และถ้ามีอาการในระดับ 4 ห้ามให้นํ้าดื่มเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายรุนแรงได้ 
ระยะนี้การ พยาบาลให้นํ้าทางปากอาจเป็นอันตรายได้ ยิ่งถ้าคนสูงอายุมีโรคประจําตัวที่ต้องได้รับยา ดังกล่าวข้างต้น ยิ่งมีอันตรายสูงเข้าไปอีก 
คนอ้วน คนที่ดื่มสุรา เบียร์ ของหวาน จะมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะความสามารถในการปรับตัวกับความร้อนจะไม่ดี 
อาการก่อนหน้าที่ จะถึงขั้น
อุณหฆาต อาจนํามาด้วยตะคริว หรือ หน้ามืด เพลีย คลื่นไส้ จะเป็นลม 
เพราะฉะนั้นให้ดื่มนํ้าบริสุทธิ์มหาศาล อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร 
ข้อสําคัญให้หลีกเลี่ยงนํ้าหวาน นํ้าชา กาแฟ สุรา ถ้ายิ่งต้องออกไปกลาง แดดนานๆ

ขอขอบคุณที่มา: หมอธีระวัฒน์ หมอดื้อ มา ณ โอกาสนี้ 

รู้จักโรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก ภัยเงียบที่มากับหน้าร้อน
หน้าร้อนประเทศไทย จัดได้ว่าหนักหนาสาหัสไม่แพ้ใคร  โดยเฉพาะช่วงเดือน มีนาคม เมษายน นี้ถือว่าเป็นเดือน ‘พีค’ ที่พระอาทิตย์เข้าใกล้ไทยได้มากที่สุด ทำให้กลายเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด

นอกจากหน้าร้อนจะมีผลต่อจิตใจ ทำให้เราหงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ ภัยเงียบอีกอย่างที่มากับหน้าร้อนในทุกๆ ปี คือ โรคฮีตสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งโรคนี้เกิดได้ทุกเพศทุกวัย และมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

อาการของโรคฮีทสโตรก
โรคฮีทสโตรก เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส สำหรับอาการที่เบื้องต้นได้แก่ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ระยะถัดมาอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รูขุมขนจะปิดจนไม่สามารถระบายเหงื่อได้ บางรายอาจถึงขั้นชักกระตุกและหมดสติ มีไข้สูง ตัวร้อนมาก ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและถึงแก่ชีวิตได้

จับสัญญาณสำคัญของอาการ"โรคฮีทสโตรก"
สัญญาณสำคัญของโรคฮีทสโตรกคือ ไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเพลียจากแดดทั่วๆ ไป ที่จะพบว่ามีเหงื่อออกด้วย

ใครคือคนที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคฮีทสโตรก
บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดโรคฮีทสโตรก ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัด ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

แนะวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
เมื่อเจอผู้ประสบเหตุเป็นลมกลางแดด ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดย การนำตัวเข้ามาในที่ร่ม จากนั้นให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง คลายเสื้อผ้าให้หลวม แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัวและศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด หากยังไม่ฟื้น ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

เปิดวิธีการป้องกันโรคลมแดด
หากเริ่มรู้สึกร้อนมากๆ เนื่องจากทำกิจกรรมหรือทำงานกลางแจ้งนานๆ ให้เลี่ยงออกจากพื้นที่ โดยต้องพักจากกิจกรรมนั้น เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลง ด้วยการเปิดพัดลม ดื่มน้ำเย็น ใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้า เช็ดตัว เพื่อเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย ที่สำคัญควรจิบน้ำบ่อยๆ แม้ไม่รู้สึกกระหายก็ตาม นอกจากนี้ ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา และสามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี


นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจะส่งผลกระทบทางกาย ยังมีผลต่อสุขภาพจิตอย่างมาก ทำให้คนทั่วไปมีความหงุดหงิดง่าย ความอดทนต่อสิ่งต่างๆ ลดลง อาจจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่าย ยิ่งในช่วงกลางคืนบางครอบครัวที่อาจจะไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้นอนหลับไม่สนิทในช่วงกลางคืน หลับๆ ตื่นๆ พอพักผ่อนไม่เพียงพอก็ยิ่งหงุดหงิดง่ายขึ้น รวมถึงมีผลต่อสุขภาพกายโดยตรง คือร่างกายอ่อนเพลีย อ่อนล้าภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายอาจจะลดลงได้

นอกจากนี้ จากการเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายของคนไทย โดยกรมสุขภาพจิต พบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนอย่างมีนัยยะ สิ่งสำคัญสภาพอากาศร้อน จะทำให้คนหงุดหงิดง่าย หัวร้อนง่าย

ดังนั้น เวลาจะพูด หรือจะทำอะไรก็ขอให้คิดให้ดี ช้าๆ ลงอีกนิด….

***

หมอดื้อ โพสต์ให้ความรู้ อาการ “ฮีตสโตรก” หรือ "อุณหฆาต" คือถึงเสียชีวิตได้  

ข่าวล่าสุด