เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่ารูขุมขนถึง 20 เท่า จึงสามารถแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ง่าย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวหนังขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นและระยะเวลาที่ผิวสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
- ระยะเฉียบพลัน ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองของผิว ทำให้ผิวเสียสมดุลความชุ่มชื้น เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 สามารถทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก หรือชั้นหนังกำพร้าและทำลายโปรตีนฟิลแลกกริน (Filaggrin) ที่มีหน้าที่ป้องกันผิวหนัง (Epidermal barrier protein)
- ระยะเรื้อรัง PM 2.5 กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระรบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำลายคอลลาเจน ผิวจึงเกิดความเหี่ยวย่น ริ้วรอย รวมถึงกระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ
หากสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เพียง 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ช่วงเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผิวหนังได้แล้ว และหากต้องเผชิญกับฝุ่นละอองระดับ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะก่อให้เกิดภาวะความชราของผิว รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผิวลดลง
สำหรับคนที่มีสภาพผิวมัน อาจพบปัญหาการอุดตันของรูขุมขน ทำให้เป็นสิวได้ง่ายขึ้น รวมถึงคนที่มีสภาพผิวอ่อนแอและแพ้ง่าย ผิวมักจะเกิดผด ผื่น ร่วมกับอาการคันและระคายเคืองได้ง่าย นอกจากผิวหน้าแล้ว ผิวบริเวณอื่นของร่างกายอย่างข้อพับก็สามารถเกิดผื่นแดงคันได้ด้วยเช่นกัน
การป้องกันผลกระทบจากมลภาวะและฝุ่น PM 2.5 นอกจากการสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ควรอาบน้ำชำระร่างกายเมื่อกลับเข้าที่พักทันที รวมถึงให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่แต่งหน้าควรล้างคราบเครื่องสำอางบนผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนและเหมาะกับแต่ละสภาพผิว
สามารถใช้ร่วมกับมาส์กที่มีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกินของผิว สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ควรปรับสภาพผิวและกระชับรูขุมขนด้วยการใช้โทนเนอร์หลังการล้างหน้าทุกครั้ง นอกจากจะเป็นการทำความสะอาดหลังการล้างหน้าแล้วยังถือเป็นเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนรับการบำรุงต่อไปอีกด้วย
ส่วนเกณฑ์การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้า นอกจากคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวแล้ว ควรมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและปกป้องผิวด้วย เช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งกระบวนการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), น้ำมันข้าว (Rice Ban Oil) อุดมด้วยกรดไขมันที่เป็นประโยชน์, วิตามิน อี และสารแกมม่าออริซานอล (Gamma-Oryzanol) มอบความชุ่มชื้นพร้อมคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากมลภาวะเป็นต้น
นอกจากนี้ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งผัก ผลไม้หลากสี รวมถึงงดการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยสามารถปรับเปลี่ยนมาออกกำลังในร่มแทน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำสะอาดในระหว่างวันให้มากๆ รวมถึงหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากผิวเกิดตุ่มผื่นที่มีลักษณะนูนแดง กระจายบนผิวหนัง รอบดวงตา มีอาการตาแดง เปลือกตาบวม มีน้ำตาไหล ใต้ตาช้ำมีสีคล้ำร่วมกับอาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการคัน แน่นในโพรงจมูก แน่นหน้าอก ไอ จาม มีน้ำมูกใสๆ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนถึงอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ดังนั้นควรรีบเข้าพบแพทย์โดยทันที”
ที่มา ‘ธัญ’ (THANN)