6 สัญญาณเตือนโรคติดการพนัน
- ต้องการเล่นการพนันอยู่ตลอดเวลา
- เริ่มเล่นมากขึ้นใช้เงินในการเล่นพนันมากขึ้น
- พยายามมองข้ามข้อเสียของการเล่นพนัน
- เริ่มหาช่องทางการใช้หนี้แบบผิดๆ เช่น กู้เงินนอกระบบ
- คิดว่าการพนันคือทางออกของชีวิตเมื่อลำบาก
- เมื่อพยายามจะเลิกเล่นการพนัน จะไม่สามารถทำได้
"หวย" หนึ่งในโรคติดการพนัน
เรื่องศาสตร์ของตัวเลขเป็นศาสตร์ที่อยู่คู่คนไทยมานานนับศตวรรษ เพราะตัวเลขนั้นสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่วันเกิด บ้านเลขที่ ถึงขนาดมีการนำตัวเลขต่าง ๆ ไปใช้ในการดูฤกษ์ยาม รวมไปถึงการ “เล่นหวย” ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย โดยจุดประสงค์หลักของการซื้อหวยของคนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน
วลีที่ว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” คงใช้ไม่ได้ในยุคสมัยนี้ เพราะไม่ว่าจะรวย หรือจนหากเสพติดการเล่นหวยจนกลายเป็นนิสัยย่อมส่งผลเสียตามมาได้ทั้งนั้น จากข้อมูลสถิติของ สสส. “การติดหวย” เป็นปัญหาติดการพนันในอันดับต้นๆ ของคนไทย โดยผู้มีความเสี่ยงจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน และยังพบว่าผู้ที่ติดการพนันมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย และใช้สารเสพติดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-5 เท่า
เลขเด็ด "พารวย" หรือ "พาซวย"
แม้หวยจะสามารถทำให้คนฐานะธรรมดากลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน คนจึงเกิดความคาดหวังว่าการซื้อหวย หรือซื้อลอตเตอรี่จะทำให้รวย และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่การถูกรางวัลที่ 1 มีโอกาสถูกจริงเพียงแค่ 1 ในล้าน ส่วนการถูก 2-3 ตัวบนล่างมีโอกาสถูกจริงเพียง 0.4-2% เท่านั้น
เมื่อซื้อหวยแล้วไม่ถูก บางคนอาจจะเลิกเล่น หรือเล่นให้น้อยลง แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่ติดการพนัน หรือผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคทั้งหลายจะมีพฤติกรรมตรงกันข้ามนั่นคือ ยิ่งไม่ถูกจะยิ่งเพิ่มจำนวนเงินในการพนันมากขึ้น และจะพยายามขวนขวายเลขเด็ดที่คิดว่าจะถูก ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่เงินที่สูญเสียไป แต่ยังรวมไปถึงสภาพจิตใจที่เมื่อเราเกิดการหมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดการเสพติดจนไม่สามารถควบคุมการเล่นของตัวเองได้ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่างๆ ตามมา
เช่น มีปัญหาด้านการเงิน การเรียน การงาน การใช้ชีวิต และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะซึมเศร้าจนฆ่าตัวตาย ดังนั้นการพนัน เลขเด็ด และหวยจึงไม่ใช่สิ่งที่จะพาเราไปสู่ความร่ำรวย หรือการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่จะกลับกลายเป็นนำพาความซวยมาให้เราแทน
อาการแบบไหนเรียกว่า "ติดหวย"
โรคติดการพนันอาจจะเป็นโรคที่คนป่วยไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็น และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่เราสามารถทำแบบประเมินพฤติกรรมเพื่อทดสอบว่าเราเข้าข่ายเป็นโรคติดการพนันหรือไม่
โดยเริ่มจากการประเมินตนเองว่าในช่วง 1 ปี หรือ 12 เดือนที่ผ่านมา เรามีพฤติกรรม หรือความรู้สึกเช่นนี้หรือไม่ เมื่อทำเสร็จแล้วให้นำคะแนนของทุกข้อมารวมกัน โดยมีเกณฑ์คะแนนของคำตอบ ดังนี้
- ไม่เคย คือ 0 คะแนน
- บางครั้ง คือ 1 คะแนน
- บ่อยครั้ง คือ 2 คะแนน
- แทบทุกครั้ง คือ 3 คะแนน
แบบทดสอบให้คะแนนตนเอง 9 ข้อ ดังนี้
1. เล่นพนันแต่ละครั้ง มักใช้เงินจำนวนมากหรือไม่
2. ต้องเพิ่มจำนวนเงินพนันเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจหรือไม่
3. หวนกลับไปเล่นพนันอีก โดยหวังว่าจะนำเอาเงินที่เสียไปแล้วคืนมาหรือไม่
4. ต้องหยิบยืมเงิน หรือขายสิ่งของบางอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเล่นพนันหรือไม่
5. เคยรู้สึกว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการพนันหรือไม่
6. เกิดปัญหาสุขภาพทั้งทางกาย และทางใจ เช่น เครียด และกังวลจากการเล่นการพนันหรือไม่
7. มีคนบอกว่าคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการพนันหรือไม่ (โดยคุณอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม)
8. การพนันทำให้คุณมีปัญหาการเงินหรือทรัพย์สินในบ้านหรือไม่
9. มีความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการเล่นพนันของตนเอง หรือรู้สึกกลัวในสิ่งที่จะตามมาภายหลังหรือไม่
การแปลผล
0 คะแนน : คือไม่มีปัญหาการพนัน
1-2 คะแนน : ความเสี่ยงต่ำ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการพนันเล็กน้อย และไม่รุนแรง
3-7 คะแนน : ความเสี่ยงปานกลาง ควรลดการเล่นพนันลง
8 คะแนนขึ้นไป : ความเสี่ยงสูง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลิกเล่นพนัน
การรักษาโรคติดพนัน
หากไม่สามารถหักห้ามตนเองในการเล่นการพนันได้ และหนักขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าพบจิตแพทย์เนื่องจากอาจมีภาวะอันตรายแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือเสี่ยงคิดฆ่าตัวตาย อาจต้องเข้ารับการบำบัด ประกอบกับพึ่งกำลังใจจากบุคคลรอบข้างในการรักษาด้วย แต่ด้วยเนื่องจากผู้ป่วยอาจไม่ได้ยอมรับว่าตนเองเป็นโรคติดกการพนัน การสังเกตจากคนรอบข้างจึงสำคัญ
การป้องกันโรคติดพนัน
- พยายามเรียนรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกีฬาว่าเป็นความบันเทิง ไม่ควรนำมายุ่งเกี่ยวกับการพนัน
- เรียนรู้ที่จะปฏิเสธเมื่อพบเจอสิ่งเร้าที่จะนำพาไปสู่การเล่นพนัน
- เรียนรู้และเข้าใจถึงข้อเสียหรือผลกระทบจากการเล่นการพนันเพื่อช่วยในการหลีกเลี่ยงสิ่งเร้า
โรคติดพนันนั้นสำคัญที่สิ่งเร้ากับตัวของเราเองหากเราเข้าใจในข้อเสีย และมีภูมิต้านทานมากพอในตนเอง การหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น