เลือกของไหว้ตรุษจีนแบบ Healthy ดีต่อสุขภาพ
12 ม.ค. 2566

เทคนิคเลือกของไหว้ตรุษจีนครบทั้งของคาว-ของหวาน-ผลไม้ พร้อมความหมายเสริมสิริมงคล และแนวทางการแปรรูปเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
Lifestyle
12 ม.ค. 2566

เทคนิคเลือกของไหว้ตรุษจีนครบทั้งของคาว-ของหวาน-ผลไม้ พร้อมความหมายเสริมสิริมงคล และแนวทางการแปรรูปเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน (ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566) ถือเป็นเทศกาลสำคัญที่ต้องเตรียมอาหารคาวและของหวาน สิ่งของเครื่องใช้มงคลต่างๆ สำหรับกราบไหว้บูชาเทพเจ้าและบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เพื่อแสดงความกตัญญูและการเริ่มต้นปีใหม่ หลังจากไหว้ตรุษจีนเสร็จนิยมนำของไหว้มารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล
ส่องความหมายเครื่องเซ่นไหว้ "วันตรุษจีน 2566"
ของไหว้ตรุษจีนกับสุขภาพผู้บริโภค
อาหารคาวที่นิยมนำมาไหว้นั้นส่วนมากจะเป็น “ซาแซ” หรือ “โหงวแซ” ประกอบไปด้วย อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ 3 หรือ 5 อย่าง คือ หมู เป็ด ไก่ ปลา และกุ้ง หลังจากไหว้ตรุษจีนเสร็จสิ้นนิยมนำของไหว้มารับประทาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนักโภชนาการแนะนำว่าควรระมัดระวังในการบริโภค โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุ เป็นวัยที่มีความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ตามธรรมชาติ ทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น การเคี้ยว ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อบริโภคอาหารจำพวกเนื้อสัตว์มากเกินไป จะทำให้เกิดอาการท้องอืด ย่อยยาก และนำไปสู่อาการท้องผูกในท้ายที่สุด
อีกทั้งผู้มีปัญหาสุขภาพควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม เพื่อป้องกันการกระตุ้นอาการของโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย หรือไม่มีไขมัน เช่น เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เนื้อปลา และรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ นอกจากนี้ อาหารผัดควรใช้น้ำมันน้อยๆ และเลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวัน จะดีต่อสุขภาพมากกว่า เพราะกรดไขมันไม่อิ่มตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ของไหว้ตรุษจีนส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทผัดๆ ทอดๆ ควรเลือกใช้น้ำมันให้เหมาะสม ปรุงแต่น้อย ลดเค็มจัด เพราะอาหารรสเค็มทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และถ้าเป็นไปได้เลือกรับประทานข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือจะดีกว่า เพราะเป็นข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ - ปานกลาง และมีใยอาหารสูง และที่สำคัญขยับเขยื้อนร่างกาย หรือออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีกนิด ถ้าหากรับประทานอาหารมากกว่าปกติ
6 เคล็ดลับการรับประทานอาหารและขนมตรุษจีนให้ดีต่อสุขภาพ
1. รับประทานอาหารในปริมาณและสัดส่วนที่เหมาะสม เทศกาลตรุษจีนอาหารส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์ จึงทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ท้องอืด ย่อยยาก ท้องผูก จึงควรบาลานซ์สัดส่วนของอาหารประเภทต่าง ๆ ให้เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย สำหรับผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและระบบย่อยอาหาร ควรเลือกวิธีการปรุงให้เหมาะสม เช่น นำเนื้อสัตว์ไปต้มหรือตุ๋นใส่ผัก แทนการทอด เพื่อให้เคี้ยวและย่อยง่าย
2. อาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อาจกระตุ้นอาการของโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรลดอาหารรสหวาน มัน เค็ม รับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เนื้อปลา
3. การนำเนื้อสัตว์จากการไหว้มาปรุงอาหารต่อ ควรเลือกวิธีการที่ดีต่อสุขภาพ เช่น เลือกใช้วิธีนึ่ง ต้ม ผัด แทนการทอด อาหารผัดควรใช้น้ำมันน้อยๆ และเลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง ปรุงรสอ่อน ๆ เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง
4. จำกัดปริมาณในการรับประทานขนมไหว้ เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียนให้น้อยที่สุด เพราะอาหารเหล่านี้มีแป้ง ไขมัน และน้ำตาลในปริมาณค่อนข้างมาก แนะนำที่เหมาะสมคือ 1 ชิ้น/อย่าง
5. เพิ่มสัดส่วนการรับประทานผักผลไม้ หรือธัญพืชให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดี ผักผลไม้มีวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารสูง ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
6. ถ้าหากรับประทานไม่หมดในคราวเดียว ไม่ควรทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร ควรเก็บอาหารแช่ใส่ตู้เย็นให้เรียบร้อย และรีบรับประทานให้หมดโดยเร็ววัน เพราะยิ่งแช่ตู้เย็นไว้นาน คุณค่าทางโภชนาการก็ยิ่งลดลง
แนวทางการแปรรูปของไหว้ตรุษจีนเพื่อโภชนาการที่ดี
ไก่
แนวทางการแปรรูป
เป็ด
แนวทางการแปรรูป
หมู
แนวทางการแปรรูป (ลอกหนัง และมันออกก่อนนำมาปรุงอาหาร)
ปลา
แนวทางการแปรรูป
หมึก
แนวทางการแปรรูป
ผลไม้
แนวทางการแปรรูป
ข่าวล่าสุด