โรคลมหลับไม่ใช่โรคทางจิตเวช ส่วนหนึ่งผู้ป่วยโรคนี้มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน และจากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยบางรายมีสารเคมีในสมองที่ชื่อว่า hypocretin ต่ำกว่าปกติ นักวิจัยบางรายได้เสนอว่าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมกับปัจจัยภายนอกบางอย่าง
การให้การวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคลมหลับ ทำได้โดยตรวจการนอนหลับ (polysomnogram) และตรวจความ ง่วงนอน (multiple sleep latency test (MSLT) ในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อจากการตรวจการนอนหลับ โดยผู้ป่วยโรคนี้ ต้องได้รับการตรวจประเมินว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอื่นๆก่อนตรวจการนอนหลับโดย MSLT จะตรวจโดยให้ผู้ป่วยงีบ ประมาณ 20 นาทีห่างกันทุก 2 ชั่วโมง จำนวน 4-5 รอบ และบันทึกผล
การรักษาโรคลมหลับ
ในปัจจุบันแม้ว่ายังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถให้การรักษาเพื่อบรรเทาอาการได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่เหมือนคนปกติได้
การรักษาภาวะง่วงนอนมากกว่าปกติ โดยใช้ยา การใช้คาเฟอีนมักไม่ได้ผล ยาที่ใช้ได้ผลคือยากระตุ้นประสาท เช่น methylphenidate, amphetamine, modafinil
พฤติกรรมบำบัด เช่น การนอนและตื่นให้เป็นเวลาสม่ำเสมอทุกๆ วัน งีบหลับในตอนกลางวัน รวมถึงระมัดระวังในการทำกิจกรรมที่อาจเกิดอันตรายหากมีอาการของโรคเกิดขึ้น เช่น การขับรถ การทำอาหาร
การรักษาภาวะผลอยหลับโดยการใช้ยา เช่น venlafaxine ต้องเป็นการแนะนำโดยแพทย์เท่านั้น
ปัจจัยที่ส่งเสริมการรักษา คือการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เพื่อมีสุขภาวะการนอนหลับที่ดี (sleep hygiene) เช่น หลีกเลี่ยงยา สารเคมี สิ่งเสพติด สุรา บุหรี่ งดการขับยานพาหนะ การรักษาด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรมบำบัดกับนักบำบัดชำนาญการเฉพาะทาง
สำหรับการใช้ยาโดยแพทย์ แพทย์จะพิจารณาให้ยาที่เหมาะสมตามอาการและติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยให้สามารถมีกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสมตามต้องการ