อาหารที่กินได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ (พิวรีนปานกลาง)
- เนื้อไก่ เนื้อปลา (แต่ต้องระวังพวกปลาที่พิวรีนสูง)
- ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง
- ผักบางชนิด เช่น บรอกโคลี เห็ด
อาหารที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด เพราะพิวรีนสูงมาก!
- เครื่องในสัตว์ → ตับ ไต หัวใจ กึ๋น
- อาหารทะเลบางชนิด → กุ้ง หอย ปู ปลาซาร์ดีน ปลาแอนโชวี่
- เนื้อแดง → เนื้อวัว เนื้อหมูติดมัน เนื้อแกะ
- แอลกอฮอล์ → เบียร์ เหล้า ไวน์ (ตัวกระตุ้นให้เก๊าท์กำเริบเลย)
- อาหารแปรรูป → ไส้กรอก เบคอน แฮม ลูกชิ้น (โซเดียมสูง + มีสารเร่งกรดยูริก)
2. แจกตารางอาหาร 7 วัน กินตามนี้ช่วยลดเก๊าท์ได้จริง!
ตารางอาหาร 7 วัน
วันจันทร์
- เช้า → ไข่คนใส่น้ำมันมะกอก + อะโวคาโด + ถั่วอัลมอนด์ + น้ำเต้าหู้
- กลางวัน → ปลานึ่งตะไคร้ + น้ำพริกมะเขือยาว + ผักลวก + ข้าวกล้อง 1/2 ทัพพี
- เย็น → ต้มจืดฟักทองเต้าหู้หมูสับ + ผักสด
วันอังคาร
- เช้า → ไข่ตุ๋นใส่เห็ด + ถั่วลิสงคั่ว + กล้วยน้ำว้า
- กลางวัน → แกงเลียงกุ้งสด + ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + ผักสด
- เย็น → ลาบเห็ดรวม + ผักสด + น้ำมะพร้าว
วันพุธ
- เช้า: ไข่ต้ม 2 ฟอง + มะเขือเทศราชินี + น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล
- กลางวัน: ไก่ย่างสมุนไพร + น้ำพริกหนุ่ม + ผักเคียง (แตงกวา กะหล่ำปลี) + ข้าวกล้อง 1/2 ทัพพี
- เย็น:แกงจืดเต้าหู้ไข่ใส่ผักกาดขาว + ผักลวก + น้ำอัญชันมะนาว
วันพฤหัสบดี
- เช้า: ไข่ตุ๋นหมูสับ+ อะโวคาโด + ถั่วอัลมอนด์
- กลางวัน: แกงส้มดอกแคใส่ปลา + ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 1/2 ทัพพี + ผักสด
- เย็น: ต้มยำเห็ดรวม + น้ำพริกอ่องเต้าหู้ + ผักสด
วันศุกร์
- เช้า: ไข่ลวก 2 ฟอง + ถั่วอัลมอนด์ + กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล
- กลางวัน: ปลาย่าง + น้ำพริกปลาทู (ใช้ปลาทูไร้มัน) + ผักเคียง + ข้าวกล้อง 1/2 ทัพพี
- เย็น: ต้มจืดวุ้นเส้นเต้าหู้หมูสับ + ผักสด
วันเสาร์
- เช้า: กรีกโยเกิร์ต + ถั่วลิสงคั่ว + เมล็ดฟักทอง
- กลางวัน: ผัดกะเพราอกไก่ (ไม่ใส่น้ำตาล) + ไข่ดาวน้ำ + ข้าวไรซ์เบอร์รี่
- เย็น: ยำไข่ต้ม + ผักเคียง + น้ำอัญชันมะนาว
วันอาทิตย์
- เช้า: ไข่คนใส่เนย + อะโวคาโด + เมล็ดเจีย + น้ำเต้าหู้
- กลางวัน: ปลาเผา + น้ำพริกกะปิ + ผักต้ม + ข้าวกล้อง
- เย็น: แกงป่าเห็ดรวม + เต้าหู้ทรงเครื่อง + ผักสด
3.เทคนิคที่ช่วยให้เก๊าท์ดีขึ้น
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ → น้ำช่วยขับกรดยูริกออกจากร่างกาย ควรดื่มวันละ 2-3 ลิตร
- เลี่ยงน้ำตาลแฝง → น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง ขนมหวาน เพราะน้ำตาลฟรุกโตสกระตุ้นให้ร่างกายผลิตกรดยูริกเพิ่มขึ้น
- งดแอลกอฮอล์ → โดยเฉพาะเบียร์ เพราะมันมีผลทำให้กรดยูริกพุ่งสูง
4. ปรับการกินให้ดี ควบคู่กับการขยับร่างกาย ช่วยให้เก๊าท์ดีขึ้นเร็วขึ้น
แค่ปรับอาหารอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ ถ้าลอง ขยับร่างกายเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น ขับกรดยูริกได้ง่ายขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนอื่นๆ
- เลือกกิจกรรมที่ไม่หนักข้อ → เดินเร็ว โยคะ ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยานเบา ๆ สักวันละ 30 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการสะสมของกรดยูริก
- โฟกัสที่การลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี → ลดแป้ง ลดของมัน ค่อย ๆ ปรับพฤติกรรม ไม่ควรลดน้ำหนักแบบฮาร์ดคอร์ เพราะถ้าร่างกายเผาผลาญไขมันเร็วเกินไป กรดยูริกอาจพุ่งสูงขึ้นได้
- เลือกโปรตีนให้เหมาะสม →หันมากิน ปลา ไข่ เต้าหู้ และถั่ว แทนเนื้อแดง ลดการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น
แต่แนะนำเพิ่มอีกนิดว่า ปลาบางชนิดมีพิวรีนสูง (เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแอนโชวี่) ซึ่งต้องหลีกเลี่ยง
และถั่วบางประเภทมีพิวรีนปานกลาง ควรรับประทานแต่พอประมาณ เพราะฉะนั้น อันนี้ต้องดูดีๆก่อนรับประทานครับ
5. อาหารที่ต้องเลี่ยง ถ้าไม่อยากให้เก๊าท์กำเริบ
- อาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์, กุ้ง, ปู, หอย
- แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
- น้ำอัดลมและน้ำผลไม้เข้มข้น เพราะมีฟรุกโตสสูง
- อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน ลูกชิ้น
"หมอเจด" ทิ้งท้ายว่า สรุปคือกินแบบนี้ เก๊าท์ดีขึ้นแน่ครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความสม่ำเสมอ" อย่ากินดีแค่ 7 วันแล้วกลับไปกินแบบเดิม ต้องค่อยๆ ปรับให้เป็นนิสัย ลองทำตามดู 1-2 เดือนแล้วสังเกตอาการ ผมมั่นใจว่าอาการเก๊าท์ของหลายคนจะดีขึ้นแน่นอน
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เพจ หมอเจด
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Couleur จาก Pixabay