นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขโชคดีที่เจ้าของนโยบายดั้งเดิมคือนายทักษิณได้กลับมาประเทศไทย เมื่อกลับมาแล้วก็สนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที ซึ่งตามหลักการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาสุขก็ต้องทำให้เต็มที่ เมื่อเข้ามาดูงบประมาณของ 30 บาทรักษาทุกที่ดูแล้วตกใจเพราะใช้เงินมหาศาลในการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนกับโรค NCDs ก็เลยคิดว่าการดูแลลักษณะนี้การช่วยทำให้คนไม่ป่วย เพราะถ้าจะไปพึ่งพาบุคลากรทางการแพทย์อย่างเดียวทั้งหมดคงจะไม่พอ บุคลากรยังขาดแคลน 2 -3 หมื่นคน ต้องใช้เวลาในการผลิตเพิ่มเกือบ 10 ปีที่จะทำให้ครบจำนวน และได้เห็นการใช้จ่าย 30 บาทรักษาทุกโรคได้ก็มีจุดที่เราสามารถแก้ไขได้ก็คือการดำเนินการเรื่อง NCDs ให้เป็นเรื่องราวจึงใช้โอกาสนี้มาพบปะพี่น้องใน อสม.และมีการรณรงค์ไปหลายแห่งหลายจังหวัดแล้ว ทราบว่า อสม.นับคาร์บได้ 100% แล้ว
“ผมจะมาขอให้อสม.หนึ่งคนไปช่วยรณรงค์ให้ผู้คนที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลในสายงานของท่านหรือชาวบ้าน 1 ต่อ 50 คน การบ้านของเราปีนี้เราต้องไปแนะนำให้คนที่ไม่ใช่อสม.สามารถนับคาร์บให้ได้ 50 ล้านคน ขึ้นไป เดิมอสม.ได้ค่าป่วยการ 2000 บาทต่อคนถ้าเราทำเรื่องนี้ได้เรียบร้อยจัดการ NCDs ให้หมดแล้ว ถ้าอยากได้ค่าป่วยการเพิ่มขึ้น ต้องเอางานไปแลก“นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขและพรรคเพื่อไทยยังได้ขับเคลื่อนร่างพรบ.อสม. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้มีกองทุนเพื่อที่จะดึงเงินบริจาคเข้ามาในส่วนนี้เช่นจากการปราบปรามยาเสพติดที่มีคนแจ้งเบาะแสรวมถึงการใช้งบประมาณในการรักษาโรค NCDs ที่ลดลง
ตนเห็นแหล่งเงินจากที่ใช้รักษา เพราะแต่ละปีโรค NCDs มีคนตายปีมากกว่า 400,000 คน มีการใช้จ่ายงบประมาณของ 30 บาทรักษาทุกที่ ปีที่แล้วใช้ไป 150,000 ล้านบาท ใช้กับโรคNCDs 52% หรือ 79,000 ล้านบาท ถ้าเรามารถณรงค์ให้คนไม่ป่วยได้เงินพวกนี้ก็ไม่ได้เอามาใช้ ก็มีโอกาส นำมาเข้ากองทุนใหม่อสม.ได้ รวมถึงเงินกู้ของ อสม. คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนหน้าโดยมีการลงนามเอ็มโอยูกันไปแล้วช่วงต้นเดือนมกราที่ผ่านมา
ภายหลังพบปะอสม.แล้ว นายสมศักดิ์และคณะได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษเพื่อตรวจเยี่ยม หอผู้ป่วยกมลรักษ์ คลินิกจิตเวชและยาเสพติด พร้อมกับตรวจเยี่ยมการห้องควบคุมพฤติกรรม หอกมลรักษ์หญิง - ชายห้องดูแลผู้ป่วยพฤติกรรมรุนแรง การให้บริการรักษาด้วยไฟฟ้าแบบใช้ยาระงับความรู้สึก พร้อมกันนี้ยังได้ดูการซ้อมแผนเผชิญเหตุ และการจัดการภาวะก้าวร้าวฉุกเฉินที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้น ขณะเดียวกันนายสมศักดิ์ยังได้ไปตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นอีกด้วย
นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า โรค NCDs ต้องทำความเข้าใจเรื่องการบริโภคอาหารให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกินสัดส่วนของร่างกายถ้าหากไม่ดูแลเรื่องอาหารการกินก็จะทำให้เกิดโรคความดัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของสารพัดโรคที่จะตามมาและเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นเงินกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ถ้าเราจะหยุดเรื่องนี้ต้องใช้ความเข้าใจผ่านกลไก อสม.มีหลายจังหวัดเรียกร้องว่าทำไมผมจึงไปบางจังหวัด เพื่อไปทำให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่ตามมาคือเราต้องมีศูนย์ NCDs ในทุกอำเภอเพื่อบ่งชี้ว่าเรารณรงค์ไปได้มากน้อยแค่ไหน และแนวนโยบายกระทรวงสาธารณสุขต้องการ 50 ล้านคน ที่เข้าใจเรื่องการกินกินเป็นไม่ป่วยผู้หญิงก็สวยผู้ชายก็หล่อเด็กๆก็จะอายุยืน โดยเฉพาะการนำสูตรของแฮร์ริสแบนเนดิกมาทำการศึกษาและเรียนรู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง
เมื่อถามถึงสถานการณ์ของการดูแลผู้ป่วยจิตเวชล่าสุดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษมีการฆ่าปากคอกันเกิดขึ้น นายสมศักดิ์
กล่าวว่า เราเรียนรู้แล้วว่าบางเรื่องของจิตเวชมันความรุนแรง ขณะเดียวกันก็จะทบทวนว่าบุคลากรที่เราเข้ามาทำงานบางครั้งศักยภาพยังไม่ถึงจะต้องทำการอบรมและแนวทางน่าจะเป็นที่ปลอดภัยและสบายใจสำหรับทุกคน ต้องการให้พี่น้องประชาชนสบายใจการรับพนักงานเข้ามาใหม่และมีคนป่วยจิตเวชมากหากไม่เติมให้กับทุกคนก็จะกลายเป็นปัญหาเหมือนที่ผ่านมาซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขฝึกอบรม