นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าว เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี สำหรับการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อสังคม และมีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะสร้างชุมชนท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็งเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในทุกมิติ
พอช. จึงมีความมุ่งหวังที่สร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘จังหวัดจัดการตนเอง’ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะกระจายอำนาจ ทรัพยากร รวมถึงการบริหารจัดการลงไปสู่ขบวนการองค์กรชุมชน และภาคีการพัฒนาในทุกภาคส่วน สำหรับการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ตอบโจทย์ท้องถิ่น
โดยมีหน่วยงานส่วนกลางให้การสนุบสนุน ทั้งทรัพยากร การเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือหน่วยงานตระกูล ส. เป็นต้น
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า
ที่ผ่านมา แต่ละหน่วยงานมีกระบวนการในการผลักดันนโยบายเข้าสู่การปฏิบัติของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น สสส. สช. พอช. ฯลฯ แบบต่างคนต่างจัด ซึ่งสุดท้ายมันก็เบา เป็นไปได้หรือไม่ว่าต่อจากนี้ไป
เราน่าจะมารวมตัวกันสักครั้ง เพื่อเป็นหุ้นส่วนกันในการนำทุนต่างๆ ทั้ง ทุนเงิน ทุนปัญญา ทุนเครือข่ายภาคประชาชน ที่แท้จริงแล้วเป็นกลุ่มคนเดียวกัน แล้วร่วมกันจัดทำข้อเสนอใหญ่ในสิ่งที่เราจะทำร่วมกัน และผลักดันด้วยกัน
นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้กล่าวว่า
นโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศด้านการพัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่น ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่เป็นฐาน เป็นการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายทั้ง 7 หน่วยงาน ผ่านพื้นที่ 5 จังหวัดนำร่อง ซึ่งในอนาคตก็จะมีการขยายพื้นที่การดำเนินงานต่อไป
การขับเคลื่อนที่จะก่อให้เกิดภาพการบูรณการทำงานร่วมกัน ในลักษณะที่เป็นการ ‘มองดาวดวงเดียวกัน’ นั้น จะมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วนด้วยกัน คือ
1. ผู้นำ หรือแกนนำในระดับจังหวัด ที่ครบทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ที่แต่ละองค์กรอาจจะมีเครือข่ายอยู่แล้วในพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานภาคียุทธศาสตร์ ทั้ง 7 หน่วยงานจะมีหน้าที่ในการเข้าไปสร้างกระบวนการเชื่อมร้อยให้เกิดภาพการทำงานร่วมกัน
2. ระบบการสนับสนุนจากหน่วยงานส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่จะจัดสรรลงไป หรือข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เพื่อจะใช้เป็นเครื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย เช่น ข้อมูลทุนทางสังคม เพื่อให้เห็นว่าในแต่ละจังหวัด มีองค์กร โครงการ อย่างไรบ้างในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ ได้มีการดำเนินการรวมข้อมูลจากทั้ง พอช. สช. สสส. และ สปสช.
3. การผลักดันเชิงนโยบาย ซึ่งอันนี้ ถือว่า สช. มีเส้นทางที่สั้นที่สุด เพราะเรามีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ที่จะนำเสนอนโยบายไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทางนี้ทางเดียว เพราะสามารถทำได้หลายวิธี หลายช่องทาง
ด้าน นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ ที่ปรึกษา สช. กล่าวว่า โครงสร้างการขับเคลื่อนภารกิจที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกันในวันนี้ มีองค์ประกอบในการขับเคลื่อนด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่ คณะกรรมการขับเคลื่อนหน่วยงานทั้ง 7 หน่วยงาน โดยมี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธาน คณะผู้ทำงานหน่วยงาน ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช. และคณะทำงานเครือข่ายจังหวัด ทั้ง 5 จังหวัด
ในส่วนของการพัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่นโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน จะบูรณาการสานพลังผ่านการกระจายพื้นที่รับผิดชอบ ให้แต่ละหน่วยงานเข้าไปหนุนเสริมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ สู่วิถีชุมชน ทั้ง 5 จังหวัด ดังนี้ เชียงราย (สปสช.) ขอนแก่น (สสส.) นครสวรรค์ (สช.) ตราด (นิด้า) พัทลุง (พอช.)
โดยท้ายที่สุดแล้วจะมีการประเมินความร่วมมือและผลผลิตที่เกิดขึ้น โดย สวรส. และ บพท. ซึ่งมีผลลัพธ์ที่คาดหวังว่าในปี 2568 จะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือ นโยบาย แผน และผลผลิต รวมทั้งสามารถสร้างระบบการบูรณาการที่เข้มแข็ง ใน 5 จังหวัดนำร่อง ขณะเดียวกัน จะกำหนดให้มีการประชุมทุกวันพุธที่ 2 ของทุกเดือน เพื่อความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนภารกิจ