เนชั่นทีวี

รักษ์โลก

Climate Change และความขัดแย้งกระทบการรักษาโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย

25 ก.ย. 2566 | warunee_man

Climate Change และความขัดแย้งกระทบการรักษาโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย

เมื่อโลกร้อนกระทบโรคร้าย ล่าสุดกองทุนโลกเพื่อการต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย เผยแพร่ผลการดำเนินงานปี 2023 ระบุสภาพอากาศสุดขั้วและความขัดแย้ง ส่งผลให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการรักษาโรคร้ายได้ภายในปี 2030

โลกร้อนได้ส่งผลในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในมิติของระบบนิเวศ สังคมและเศรษฐกิจ มนุษย์โลกต่างได้รับความเดือดร้อนกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในผลกระทบที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ โลกร้อนนำพาโรคร้ายมาทำลายมวลมนุษย์

โรคภัยไม่เคยหายไป

บางคนอาจตั้งคำถามว่าโรคภัยสมัยนี้มีทั้งโรคใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอหรือบางโรคหายไปนานแล้วทำไมกลับมาแพร่ระบาดซ้ำอีก ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้นิยามเกี่ยวกับโรคดังกล่าวไว้ดังนี้

โรคอุบัติใหม่ คือโรคติดเชื้อชนิดใหม่ที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในรอบ 20 ปี หรือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมถึงโรคติดเชื้อที่เกิดจากการดื้อยา  เช่น โรคเอดส์ ไข้หวัดนก วัณโรคดื้อยา

โรคอุบัติซ้ำ คือโรคติดเชื้อที่เคยระบาดในอดีตและเคยสงบมานานหลายปี แต่กลับมาระบาดซ้ำอีก ยกตัวอย่าง เช่น ไข้เลือดออก วัณโรค มาลาเรีย

สังเกตได้ว่าเชื้อโรคมีวิวัฒนาการทำให้ตัวเองอยู่รอดและแข็งแกร่งมากขึ้น และเมื่อมีการติดเชื้อแบบคนสู่คนแล้วไม่สามารถจะใช้ยารักษาแบบเดิมหรือปริมาณเท่าเดิมได้ จึงต้องมีการศึกษาวิจัยและปรับการรักษาให้ทันต่อการวิวัฒนาการของโรคภัย

โลกร้อนเกี่ยวกับโรคร้ายอย่างไร ?

Climate Change และความขัดแย้งกระทบการรักษาโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย

แม้ว่างานวิจัยจะยังยืนยันไม่ได้ว่ารูปแบบการแพร่ระบาดของโรคมีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน แต่บางงานวิจัยแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงที่อาจเป็นไปได้ของภาวะโลกร้อนกับการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศและสภาพอากาศ เช่น  

  • โรค Argantine HF (ไข้เลือดออกในอาจ์เจนตินา) ซึ่งเกิดจากการขุดดิน เอาเชื้อจากใต้ดิน (รูหนู) ขึ้นมาด้านบน การทำชลประทาน เช่น ไวรัส Rifft Vally fever virus การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้โรคออกจากป่า (สัตว์พาหะ) หรือการที่นักท่องเที่ยวเข้าไปพักแรมในป่า
  • โรคไข้เลือดออก (Dengue HF) ซึ่งปรากฏการณ์ที่โลกร้อนขึ้น ทำให้เขตป่าอบอุ่นอากาศร้อนขึ้น พาหะของโรคคือยุงจะสามารถอาศัยได้นานขึ้น แพร่เชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ทำให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น

ความเป็นไปได้ที่จะทำให้โรคร้ายแพร่ระบาดและรุนแรงขึ้นคือ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ปริมาณอาหารแมลงหรือสัตว์ที่เป็นพาหะมีมากขึ้น ทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนและดำรงชีพได้นานขึ้น เมื่อเกิดความแปรปรวนของอากาศบางพื้นที่ที่มีฝนตกมากขึ้นจะเกิดน้ำท่วมขังหรือบางพื้นที่ที่แห้งแล้งและมีการชุดบ่อเพื่อเก็บกักน้ำซึ่งอาจจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคได้ และหากเกิดกรณีมีการแปรปรวนของลมในพื้นที่ต่างๆจะส่งผลต่อการพัดพาแมลงที่เป็นพาหะนำโรคและเชื้อโรคต่างๆให้ปลิวออกไปในพื้นที่ที่ไกลและเร็วมากขึ้น  นอกจากนี้เมื่อุณห๓มิสูงขึ้นอาจทำให้วิวัฒนาการของแมลงเปลี่ยนแปลงข้ามสายพันธุ์หรือกลายพันธุ์ทำให้การแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนได้ง่ายขึ้น

Climate Change และความขัดแย้งกระทบการรักษาโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย

ล่าสุด กองทุนโลกเพื่อการต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย (the Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria) ได้เผยแพร่ผลการดำเนินงานปี 2023 โดยระบุว่า โครงการระดับนานาชาติเพื่อการต่อสู้กับโรคต่างๆ เริ่มฟื้นตัวได้มากขึ้นหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทว่า ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และความขัดแย้ง ส่งผลให้เราอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการรักษาโรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรียได้ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต 

เช่น โรคมาลาเรียกำลังแพร่กระจายไปยังพื้นที่สูงของแอฟริกา โดยก่อนหน้านี้ยุงซึ่งเป็นพาหะที่ทำให้เกิดโรคไม่สามารถอาศัยในพื้นที่นี้ได้ ด้วยสภาพอากาศที่เย็นเกินไป

นอกจากนี้ สภาพอากาศสุดขั้วอย่าง "น้ำท่วม" ยังถือเป็นภัยธรรมชาติที่กระทบต่อบริการด้านสุขภาพอย่างหนัก เพราะ ทำให้ชุมชนต้องพลัดถิ่น ส่งผลให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้น และการรักษาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ในประเทศอย่าง ซูดาน ยูเครน อัฟกานิสถาน และเมียนมาร์ การเข้าถึงชุมชนเปราะบางก็ถือเป็นความท้าทายอย่างมากจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่น่าพึงพอใจอยู่บ้าง เช่น ในปี 2022 ผู้คนในประเทศที่ทางองค์กรลงทุนกว่า 6.7 ล้านคนได้รับการรักษาวัณโรค นับเป็นตัวเลขที่มากกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1.4 ล้านคน นอกจากนี้ทางกองทุนยังสามารถจัดหายาต้านไวรัส HIV ให้กับประชาชนได้ 24.5 ล้านคน  และแจกจ่ายมุ้งไปกว่า 220 ล้านผืน ทั้งนี้ทางกองทุนยังตั้งตารอนวัตกรรมใหม่ที่อาจมีส่วนช่วยในการป้องกันและวินิฉัยโรค

ที่ผ่านมากองทุนโลกเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านวัณโรคเป็นอย่างมาก ที่ไม่จัดสรรงบสำหรับการรักษาโรคนี้ให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยได้มากที่สุดในบรรดา 3 โรคที่กองทุนมุ่งเน้น

ทั้งนี้ ทางกองทุนชี้ว่าโลกจำเป็นต้องทุ่มทรัพยากรมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับวัณโรค แต่ก็รับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเมื่อดูตัวเลขผู้เสียชีวิตในแต่ละปี หลายประเทศที่ประชากรป่วยด้วยวัณโรคมากที่สุดคือประเทศที่มีรายได้ปานกลาง

 

ข่าวล่าสุด