อมรศักดิ์ ให้ความเห็นว่า
ปรากฎการณ์ที่สัตว์หน้าดินคุ้ยทรายขึ้นมาตายดังกล่าว น่าจะเป็นผลมาจากทั้งแพลงก์ตอนบลูมและมลพิษจากน้ำมันรั่ว แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดลงมาตรวจสอบ ให้ความกระจ่างกับประชาชนว่าการตายหมู่ของสัตว์ทะเลครั้งนี้มีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไรกันแน่ และผลกระทบจนระบบนิเวศในทะเลพังทลายในครั้งนี้จะมีตกมาถึงมนุษย์หรือไม่
“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเป็นตัวแทนชาวบ้านในท้องที่ ออกเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่ตาย รวมไปถึงตัวอย่างตะกอนทรายชายทะเลในบริเวณ อ.ศรีราชา เพื่อนำไปตรวจสอบยังห้องแลปที่เป็นกลาง เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนคราบน้ำมันดิบ และสาร Dispersant ที่ใช้ในการขจัดคราบน้ำมันดิบในตัวอย่างสัตว์ทะเลที่ตายต่อไป”
นอกจากนี้ เขากล่าวว่า นอกจากปลาและสัตว์ทะเลหน้าดินที่ลอยตายเกยตื้นเต็มชายหาดแล้ว กระชังหอยแมลงภู่ของชาวประมงท้องถิ่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยพบว่า หอยแมลงภู่ที่ชาวประมงเลี้ยงไว้ต่างทยอยตายเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วโดยตรง มีคราบน้ำมันจับตามกระชังและตัวหอย ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล
“ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงมาสำรวจหาสาเหตุว่าปลาและสัตว์ทะเลเหล่านี้ตายเพราะเหตุใด ตายเพราะแพลงก์ตอนบลูมจริงหรือไม่ หรือเป็นเพราะมลพิษจากน้ำมันรั่วไหล ที่ผ่านมา ชาวประมงต้องสูญเสียโอกาส สูญเสียรายได้ จะมีการชดเชยเยียวยาให้ชาวประมงอย่างไร”
“ผมอยากเห็นรัฐบาลใหม่ อยากเห็นท่านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน มาลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ผมจึงอยากจะฝากให้เห็นความสำคัญของปากท้องประชาชนชาวชลบุรีด้วย เพราะเศรษฐกิจของทั้งจังหวัดผูกพันกับทรัพยากรทางทะเล” เขากล่าวทิ้งท้าย