ประเด็นร้อนๆ นี้ ทำให้หลายๆ หน่วยงาน สังคมและผู้คนโดยรอบ มีความกังวลใจเรื่องสารเคมีออกซิไดซ์ 5.2 ว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Sonthi Kotchawat" ระบุข้อความว่า
สารออกซิไดซ์ Class 5.2 เป็นสารเปอร์ออกไซด์อินทรีย์มีคุณสมบัติ คือ เป็นสารที่มีความไวต่อการทำปฏิกริยาอย่างมาก ตัวสารจะไม่เกิดการลุกไหม้ แต่จะช่วยให้สารอื่นลุกไหม้ได้ โดยเมื่อสลายตัวจะปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา เช่น สารประกอบของไนเตรท,โพแทสเซียมเปอร์คลอเรต,ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์, ไซโคเฮกซานอน เป็นต้น
หากใครที่อยากทราบว่า ผลกระทบหากคนได้รับสารเปอร์ออกไซด์อินทรีย์ จะเป็นอย่างไรบ้าง คือสารดังกล่าวจะทำเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อดวงตา และผิวหนังรวมทั้งเยื่อเมือก อาจก่อให้เกิดการแพ้บางชนิดก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระยะยาว เช่น สารโพแทสเซียม คลอเรตอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และตา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ตัวซีดหรือเขียว ทำลายเม็ดเลือดแดงเป็นอันตรายต่อไต และกล้ามเนื้อหัวใจ
ทั้งนี้ หากคนได้รับสารสัมผัสผิวหนัง หรือเข้าตา ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ หรือสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะก่อให้เกิดการไหม้ที่บริเวณผิวหนังอย่างรุนแรง และทำลายดวงตา อาจเกิดอาการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะทำลายทางเดินหายใจส่วนบน และปอดด้วย
ส่วนสาร Cyclohexanone ใช้เป็นตัวทำละลายเป็นสารอินทรีย์ที่ถูกสังเคราะห์มาจากคีโตน ไม่มีสีไวไฟ ละลายในน้ำได้น้อย ใช้ในอุตสาหกรรมเคลือบเงา ทำความสะอาด ทำสี ย้อมสีหรือตกแต่งสิ่งทอ หากสิ่งมีชีวิตหายใจเข้าไปจะมีอาการเช่นเดียวกับสารเปอร์ออกไซด์อินทรีย์อื่น ๆ
สำหรับสาร class 5.1 คือ สารออกซิไดซ์ (Oxidizing substances) หมายถึง ของแข็ง หรือของเหลวที่ตัวของสารเองไม่ติดไฟ แต่ให้ออกซิเจนซึ่งช่วยให้วัตถุอื่นเกิดการลุกไหม้ และอาจจะก่อให้เกิดไฟเมื่อสัมผัสกับสารที่ลุกไหม้และเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ โซเดียมเปอร์ออกไซด์ โซเดียมคลอเรต เป็นต้น
ขอขอบคุณที่มา : Sonthi Kotchawat