นวัตกรรมหลังคาเขียวนั้นมีประโยชน์กับชุมชนเมืองที่มีตึกถูกสร้างอยู่อย่างหนาแน่น ยกตัวอย่าง ถ้ามีตึกในเมืองจำนวน 25% ของทั้งหมดถูกติดตั้งด้วยหลังคาเขียว จะสามารถลดอุณหภูมิในเมืองลงได้ถึง 2 องศาเซลเซียส และถ้าทั้งเมืองนั้นถูกติดตั้งด้วยหลังคาเขียวทั้งหมด จะสามารถช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 8.3 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมหลังคาทั้งสองนี้ก็ยังมีข้อเสีย นั่นก็คือในงานวิจัยนั้นเมืองชิคาโกอยู่ติดกับทะเลสาบมิชิแกนที่มีอุณหภูมิค่อนข้างเย็นเมื่อเทียบกับอุณหภูมิในเมือง อย่างที่เราทราบกันการเคลื่อนที่ของอากาศนั้นเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่าง 2 จุด ถ้าอุณหภูมิในเมืองลดลงมากด้วยนวัตกรรมหลังคา จะทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิโดยรอบกับอุณหภูมิในเมืองน้อยลง และจะทำให้อากาศในเมืองไม่ถ่ายเท จึงทำให้มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในเมืองไม่สามารถระบายออกข้างนอกได้ และจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนในเมือง แต่นักวิจัยก็ได้อ้างว่าเจ้าต้นไม่ที่ปลูกบนหลังคาเขียวนั้นจะช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศได้ สามารถที่จะแก้ผลกระทบที่อากาศถ่ายเทน้อยลงได้ ทางทีมวิจัยจึงได้ตั้งหัวข้อนี้เป็นหัวข้องานวิจัยที่พวกเขาจะทำต่อไป
ปลูกต้นไม้เพิ่มในเขตเมืองช่วยลดการตายจากคลื่นความร้อนได้
อีกงานวิจัยจากทีมนักวิจัยนานาชาติ เผยผลการศึกษาว่าการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นในเขตเมืองจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนได้จริง หลังโลกของเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมากจากภาวะโลกรวน
สำหรับงานวิจัยครั้งนี้ได้ทำแบบจำลองซึ่งประเมินจากสภาพแวดล้อมของเมืองในยุโรปจำนวน 93 เมืองชี้ว่า หากเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้ในเขตเมืองจากเดิมซึ่งอยู่ที่ 14.9% ให้มาอยู่ที่ระดับ 30% จะสามารถช่วยลดอุณหภูมิในเมืองต่างๆ ได้ถึง 0.4 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว และจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุณหภูมิที่สูงจัดในช่วงฤดูร้อนลงถึง 39.5% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
ทามารา ลังแมน หนึ่งในนักวิจัยจากสถาบัน Barcelona Institute for Global Health มองว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงจัดถือเป็นภาวะเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันยุโรปประสบกับอุณหภูมิที่แปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิที่สูงเกินควรนั้นก็ได้สร้างผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน การต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากภาวะฮีตสโตรก หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
เมืองที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากที่สุดคือเมืองในยุโรปใต้และยุโรปตะวันออก ซึ่งในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงที่สุด และมีแนวโน้มที่พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองจะลดน้อยลง ขณะเดียวกันงานวิจัยยังย้ำอีกด้วยว่า การปลูกต้นไม้นั้นแสนง่าย เพราะจากการสำรวจแล้วยุโรปมีพื้นที่เพียงพอสำหรับลงมือปลูกได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรื้อถอนอาคารหรือสร้างสวนสาธารณะให้ยุ่งยาก
ขณะเดียวกันทีมนักวิจัยหวังว่าการศึกษาชิ้นนี้จะผลักดันให้ผู้กำหนดนโยบายของประเทศต่างๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองมากขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนและมอบสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน รวมถึงเป็นการบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกรวน เนื่องจากมีแนวโน้มว่าการป่วยหรือเสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดจะสร้างภาระอันหนักอึ้งให้กับระบบสาธารณสุขในช่วงทศวรรษข้างหน้า หรือมากกว่าการป่วยจากอากาศหนาว