“ทางกรมฯ ได้จัดทำโมเดลจำลอง เพื่อศึกษาแหล่งที่มาของคราบน้ำมัน รวมทั้งกระแสคลื่นลมมรสุม และการไหลเข้ามายังฝั่ง ซึ่งจากการวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลอง พบว่า แหล่งกำเนิดของน้ำมันในทะเลและคราบน้ำมันครั้งนี้น่าจะอยู่ที่บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ห่างจากชายฝั่งประมาณ 80-90 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 140 กว่ากิโลเมตร สอดคล้องกับข้อมูลของกรมเจ้าท่าที่ได้ตรวจสอบย้อนหลังไปก่อนที่น้ำมันจะถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง 1 สัปดาห์ว่า มีเรืออะไร และเรือประเภทไหนบ้าง ที่วิ่งผ่านในบริเวณดังกล่าว” นางสาวพรศรี ระบุ
นางสาวพรศรี กล่าวว่า ในส่วนของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในทุกๆ ด้าน คือ เมื่อพบคราบน้ำมันที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งให้เร่งทำการจัดเก็บออกให้เร็วที่สุด หากเก็บช้าน้ำมันอาจจะซึมลงไปในทรายและอาจจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อยู่ในระบบนิเวศน์ชายหาดและหาดหิน เช่น ปู หอย เพรียง เป็นต้น ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พบมีเต่าทะเลที่ถูกเคลือบน้ำมันแล้วอย่างน้อย 4 ตัว และมีเต่าตายแล้ว 1 ตัว ซึ่งจากการผ่าพิสูจน์ ปรากฎว่า เต่าได้กินน้ำมันเข้าไป
อย่างไรก็ตาม นางสาวพรศรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ปริมาณคราบน้ำมันที่ถูกพัดเข้าฝั่งมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ แต่ยังมีพบมีการจับตัวเป็นก้อนเล็กๆ คาดว่าภายใน 1-2 วันจะกลับเข้าสู้ภาวะปกติ ส่วนปริมาณก้อนน้ำมันที่ทำการเก็บกวาดนั้น ในส่วนที่มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 3 ตันเศษ (เขตอุทยานฯ สิรินาถ 2 ตัน กับเกาะราชา 1 ตัน ) เพราะบางชายหาดจัดเก็บโดยท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล
ด้าน นายณชพงศ ประนิตย์ เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเรือผ่าน ระบบ VTS. ที่วิ่งผ่านชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตออกไปเป็นระยะทาง 95 nautical mile และมีโอกาสเข้าข่ายที่จะสามารถกระทำความผิดได้ ภายในช่วงระยะเวลา 7 วันย้อนหลัง (ช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 - 3 สิงหาคม 2566) พบว่ามีจำนวนรวม 81 ลำ โดยแบ่งเป็นเรือสินค้า จำนวน 62 ลำ, เรือ Tanker จำนวน 18 ลำ และเรือ Tug Supply จำนวน 1 ลำ ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน
ซึ่งได้สนับสนุนข้อมูล Satellite - Derived surface current 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 27/07/2023 - 01/08/2023 และ ช่วงวันที่ 01/08/2023 - 06/08/2023 โดยข้อมูลดังกล่าวจะบอกถึงทิศทางของกระแสน้ำที่ได้ที่มีความเร็วเป็น เมตร/ วินาที จากการประมวลผลผ่านดาวเทียม โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปจำลองหาจุด Drop back ของการปล่อยทิ้งของเสียดังกล่าวจากเรือแล้วนำมาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาและตำแหน่งของเรือที่ได้กลั่นกรองมา จำนวน 81 ลำ เพื่อจำกัดขอบเขตเรือเป้าหมาย และจะนำข้อมูลที่ได้หรือเรือต้องสงสัยเหล่านี้ส่งให้กับ GISTDA เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการตรวจสอบภาพถ่ายผ่านดาวเทียม ว่า ปรากฎภาพเรือเหล่านี้ได้การกระทำความผิดทิ้งของเสียจากน้ำมันเหล่านี้ลงทะเลหรือไม่ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป