Candida auris เป็นเชื้อราประเภทยีสต์ชนิดหนึ่งที่สามารถติดเชื้อได้ในมนุษย์ เป็นเชื้อก่อโรคที่อุบัติใหม่และเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดและอวัยวะภายในในโรงพยาบาล ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตถึง 30 – 60%
Arturo Casadevall นักระบาดวิทยาเชื้อราจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins University กล่าวว่า เชื้อราชนิดนี้พบการระบาดครั้งแรกพร้อมๆ กันในสามประเทศจากคนละมุมโลกที่ เวเนซุเอลา, อินเดีย, และแอฟริกาใต้ เมื่อปี 2552 และจากนั้นได้ขยายวงระบาดไปในอเมริกาในปี 2556 จนกระทั่งพบการระบาดใน 34 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในปี 2562
Casadevall ชี้ว่า การปรากฎการระบาดของเชื้อ Candida auris และการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกมีสาเหตุหลักมากจากสภาพอากาศโลกที่ร้อนยิ่งขึ้น
“โดยปกติแล้วมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีอุณหภูมิภายในร่างกายสูงเกินกว่าเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ ดังนั้นเราจึงมีภูมิคุ้มกันด้านอุณหภูมิจากการติดต้องเชื้อราในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น เป็นเหตุให้เชื้อราต่างๆ ต้องปรับตัวทนร้อนให้ดีขึ้น จนสุดท้ายเชื้อราเหล่านี้ก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดด้านอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ และติดต่อสู่คนได้ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกับเชื้อรา Candida auris” Casadevall อธิบาย
Casadevall กล่าวเพิ่มเติมว่า
ในทุกๆ วันที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37.7 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิโดยเฉลี่ยในร่างกายมนุษย์ นั่นก็คืออีกหนึ่งวันที่เกิดการคัดสรรโดยธรรมชาติ ให้เชื้อรา จะต้องพัฒนาศักยภาพให้อาศัยและแพร่พันธุ์ได้ และยิ่งมีวันที่ร้อนจัดเช่นนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เชื้อราเหล่านี้ได้มีโอกาสปรับตัวและก้าวข้ามขีดจำกัดอุณหภูมิจนสามารถติดต่อในมนุษย์ได้ และเราอาจต้องประสบกับเชื้อราทนร้อนชนิดอื่น ๆ ระบาดในมนุษย์ในอนาคต