เนชั่นทีวี

ข่าว

อว.สั่งปิดพื้นที่อุเทนถวาย-ปทุมวัน 3 เดือน ย้ายที่เรียนแก้ขัดแย้ง

09 ก.ย. 2569 | titayu_pur

อว.สั่งปิดพื้นที่อุเทนถวาย-ปทุมวัน 3 เดือน ย้ายที่เรียนแก้ขัดแย้ง

กระทรวง อว. ออกหนังสือด่วนสั่งงดเข้าใช้พื้นที่พิพาท อุเทนถวาย-ปทุมวัน เป็นเวลา 3 เดือน พร้อมสั่งย้ายสถานที่เรียนเพื่อลดความขัดแย้ง ยืนยันจุฬาฯ ไม่ใช้พื้นที่ทำเชิงพาณิชย์

กระทรวง อว. ออกหนังสือด่วนสั่งงดเข้าใช้พื้นที่พิพาท อุเทนถวาย-ปทุมวัน เป็นเวลา 3 เดือน พร้อมสั่งย้ายสถานที่เรียนเพื่อลดความขัดแย้ง ยืนยันจุฬาฯ ไม่ใช้พื้นที่ทำเชิงพาณิชย์

KEY

POINTS

  • สั่งปิดพื้นที่พิพาท 3 เดือน: อว. ออกคำสั่งด่วนห้ามอุเทนถวายและปทุมวันเข้าใช้พื้นที่พิพาทเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในย่านสยาม
  • เร่งย้ายอุเทนถวายไปที่ใหม่: มอบหมายอธิการบดีจัดหาพื้นที่ถาวรแห่งใหม่ โดยระหว่างนี้จะย้ายการเรียนการสอนไปสถานที่ชั่วคราว ส่วนปทุมวันเตรียมปรับรูปแบบการเรียนการสอนเช่นกัน
  • ไม่ใช้พื้นที่ทำเชิงพาณิชย์: ยืนยันพื้นที่เดิมของอุเทนถวายจะไม่นำไปสร้างศูนย์การค้า แต่จะร่วมกับจุฬาฯ พัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศ

9 กันยายน 2569 กระทรวง อว. ร่วมกับ ตำรวจนครบาล แถลงมาตรการแก้ปัญหานักศึกษาทะเลาะวิวาท สั่งงดใช้พื้นที่พิพาท อุเทนถวาย และ ปทุมวัน เป็นเวลา 3 เดือน มีผลทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน นักท่องเที่ยว และยุติความขัดแย้งเรื้อรังระหว่างสองสถาบัน โดยกำหนดให้ ย้ายอุเทนถวาย ออกไปเรียนพื้นที่ชั่วคราวนอกพื้นที่พิพาท พร้อมยืนยันนำพื้นที่เดิมไปพัฒนาด้านนวัตกรรมร่วมกับจุฬาฯ โดยไม่ใช้ทำเชิงพาณิชย์

 

ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงภายหลังการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การจัดการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

อว.สั่งปิดพื้นที่อุเทนถวาย-ปทุมวัน 3 เดือน ย้ายที่เรียนแก้ขัดแย้ง

 

นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เราพยายามที่จะปลดล็อก จึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมพร้อมกัน โดยต้องดูในของกฎหมาย และดูว่าเรื่องใดที่เราจำเป็นจะต้องปลดล็อกประเด็นอ่อนไหว แล้วจะทำอย่างไรให้หลักเกณฑ์ที่พูดคุยกันบรรลุรวมถึงสานต่อ โดยไม่ทับซ้อนกับสิ่งที่เคยสั่งการไปแล้ว เพื่อสามารถต่อยอดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ซึ่งประเด็นในครั้งนี้นอกจากเป็นเรื่องของความปลอดภัย ความขัดแย้งของทั้ง 2 ยังเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทย โซนปทุมวัน พื้นที่สยาม ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพื้นที่ที่เยาวชนมาใช้ชีวิตร่วมกัน และพื้นที่ของการศึกษาในทุกช่วงวัย จึงจำเป็นจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อถือ จึงดำเนินการอย่างเร่งด่วน ใน 4 ประเด็นหลักดังนี้

 

1. หลังจากนี้ 3 เดือนทันทีเราจะไม่ให้มีการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทของทั้งสองสถาบันอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อดูแลความปลอดภัยของทุกคน และให้ผู้บริหารของทั้ง 2 สถาบันดูแลเรื่องการเรียนการสอนไม่กระทบคุณภาพของนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน จะดำเนินการจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านพื้นที่ให้แล้วเสร็จ โดยงดการเข้าพื้นที่ไปเรื่อยๆ

 

2. เทคโนโลยีปทุมวันจะต้องปฏิบัติตามข้อ 1 และในระยะยาวจะต้องหาแนวทางการเปลี่ยนผ่านในพื้นที่ และหากมีเรื่องจะต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้สถาบันจะมีโมเดลให้เรียนกับภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 โดยได้สั่งการให้ผู้บริหารหาโมเดลที่ 2 เนื่องจากเทคโนโลยีปทุมวัน ไม่มีวิทยาเขตอื่น และในระยะยาวหากมีความจำเป็นก็จะต้องย้ายสถาบันออกนอกพื้นที่เช่นกัน

 

3. สำหรับในการพูดคุยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย โดยมอบให้อธิการบดีจัดพื้นที่ใหม่ ซึ่งเป็นที่เหมาะสมไม่อยู่ในพื้นที่เดิม เพื่อลดข้อพิพาทและให้แล้วเสร็จในเวลา 3 เดือนที่กำหนดโดยห้ามเข้าพื้นที่ และหากจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่ม จะขยายระยะเวลาไม่ให้คนเข้ามาในวิทยาเขตที่เป็นพื้นที่พิพาท โดยให้ย้ายการเรียนการสอนไปยังสถานที่ที่มหาวิทยาลัยจัด เมื่อเปิดการเรียนการสอนก็จะย้ายไปอยู่สถานที่ใหม่ โดยเบื้องต้นอาจจะมีพื้นที่ชั่วคราว เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนก่อนจะย้ายไปยังสถานที่ถาวร

 

4. พื้นที่ปัจจุบัน ที่ทางอุเทนถวายใช้อยู่ได้พูดคุยกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าจะไม่ใช้พื้นที่นี้ไปในเชิงการค้า หรือเชิงพาณิชย์ แต่ยังคงเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม นวัตกรรมเพื่อให้คนไทยมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงนี้ได้ โดยการพัฒนาพื้นที่ จะรับฟังความเห็นร่วมจากทุกสถาบัน เพื่อให้มีการบริหารจัดการพื้นที่และยึดปรัชญาของพื้นที่ให้เป็นพื้นที่การศึกษา พัฒนาและนวัตกรรมเต็มรูปแบบ ยืนยันว่าทางกระทรวง อว. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะร่วมกันบริหารจัดการพื้นที่นี้ให้ดีที่สุด เพราะจะมีทางตำรวจนครบาลดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในช่วง 3 เดือนนี้ก่อนจะมีการเปลี่ยนผ่านของอุเทนถวาย จะไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาในพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่พิพาทเป็นพื้นที่ปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน

 

ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาการปลูกฝังความรุนแรงของรุ่นพี่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรามีฝ่ายยุติธรรม ฝ่ายปกครอง ดูแลอยู่แล้ว ส่วนของกระทรวง อว. จะมีการออกคำสั่งในวันนี้ ยืนยันว่าในการสั่งย้ายสถานศึกษาจะต้องย้ายเพราะเป็นไปตามแนวทางข้อพิพาท และจะมีการสื่อสารกับทั้ง 2 สถาบันอย่างรอบคอบและต่อเนื่องเพื่อให้เห็นภาพ ซึ่งหากสามารถทำได้ก่อน 3 เดือน ก็ทำได้ โดยปัจจุบันมีตัวเลขนักศึกษาของแต่ละสถาบันเหลืออยู่ประมาณที่ละ 1,000 คน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกคน วันนี้ทุกหน่วยงานจะทำหน้าที่ของเราภายใน 3 เดือนนี้ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ดีที่สุด

"3 เดือนคือที่แน่ ๆ คือไม่มีคนเข้ามาตรงนี้ ต้องเอาเรื่องความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง ไม่มีคนจะเข้าพิพาทเรื่องความเปลี่ยนผ่านไม่ต้องกังวล ให้เวลาไว้ 3 เดือน ถ้าบวกลบเรื่องนี้มีผลทางกฎหมาย กับคุณภาพการเรียนการสอน ถ้ายังทำไม่เสร็จ ก็จะยังไม่ได้ให้เข้าตรงนี้ เราไม่ให้เข้าแล้ว ไม่ให้มีการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่" นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

 

ด้าน พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เพื่อให้มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยบริเวณพื้นที่สยามสแควร์ ถือเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวทุกประเทศเมื่อเดินทางมาไทยแล้วจะต้องมาเช็กอินที่สยาม หากมีเหตุการณ์เหมือนที่ผ่านมาก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ที่มาจับจ่ายใช้สอย และสร้างรายได้ให้ประเทศ เรื่องนี้ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันสร้างความปลอดภัย เสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

 

โดยมาตรการดูแลนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน ทาง สน.ปทุมวัน และกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จะทำงานประสานร่วมกันระหว่างอาจารย์ทั้ง 2 สถาบันในทุกวัน เรื่องการดูแลนักศึกษา และก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ก็เชื่อมั่นว่า จะไม่มีปัญหา ซึ่งตามปกติหากมีความเสี่ยงทางอาจารย์ก็จะเสนอมาเองว่า ให้หยุดก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่ง ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 สถาบัน เห็นด้วยว่าจะหยุดก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งกันอีก และเป็นการวางแผนในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

ส่วนกรณีศิษย์เก่าหัวรุนแรงทางตำรวจมีการขึ้นบัญชีที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่ พลตำรวจโทสยาม กล่าวว่า ตำรวจมีการรวบรวมรายชื่อของกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมรุนแรง และบางส่วนที่รู้ตัวมีการจับกุมแล้ว และมีการเฝ้าระวังพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางอาจารย์ก็ให้ความร่วมมือในการเฝ้าระวัง โดยตำรวจก็ทำงานร่วมกันทั้งอาจารย์ และสมาคมศิษย์เก่าใกล้ชิด เพราะทุกคนมีเจตนาดีที่จะช่วยกัน

 

อว.สั่งปิดพื้นที่อุเทนถวาย-ปทุมวัน 3 เดือน ย้ายที่เรียนแก้ขัดแย้ง

ข่าวล่าสุด