นายอภิชัย เอกวนากุล รักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยกับสปริงนิวส์ สื่อดังในเครือเนชั่น ว่า
จากความเร่งด่วนที่โลกจำเป็นจะต้องควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ได้ริเริ่มโครงการปลูกป่าเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดยมีสามกรมหลัก ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นแม่งาน
“สำหรับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เราจะเน้นไปที่การปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตเป็นหลัก โดยทางกรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ป่าชายเลนให้ได้เพิ่ม 300,000 ไร่ ภายในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งขณะนี้เรากำลังทยอยปลูกป่าชายเลนแล้ว 44,000 ไร่ และมีภาคเอกชนกว่า 17 บริษัทเข้าร่วมโครงการในปีแรก” นายอภิชัย กล่าว
นอกจากนี้ เขายังเผยว่าในช่วงปีที่ผ่านมา ยังมีชุมชนท้องถิ่นกว่า 58 ชุมชน ใน 9 จังหวัดริมชายฝั่ง ได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต สำหรับภาคชุมชน และได้ทยอยปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ 90,000 ไร่แล้ว
“จากความสำเร็จในปีแรกที่มีเอกชนกว่า 17 บริษัท ได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะร่วมปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต ถึงกว่า 500,000 ไร่ ชี้ให้เห็นว่าภาคเอกชนมีศักยภาพและมีความต้องการที่จะมามีส่วนร่วมในโครงการอย่างล้นหลาม โดยทางกรมฯ ในปีนี้ จะขยายต่อโครงการในปีที่สอง และได้รวบรวมพื้นที่สำหรับปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตในปีนี้แล้วกว่า 16,000 ไร่ โดยกรมฯ จะประกาศรับบริษัทและบุคคลภายนอกที่สนใจเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตสำหรับภาคเอกชน ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้” นายอภิชัย กล่าว