เนชั่นทีวี

รักษ์โลก

น้ำฝนเย็นชื่นใจมีแค่ในอดีต ทั่วโลกพบฝนปนเปื้อนสารเคมีเกินเกณฑ์ปลอดภัย

27 ก.ค. 2566 | warunee_man

น้ำฝนเย็นชื่นใจมีแค่ในอดีต ทั่วโลกพบฝนปนเปื้อนสารเคมีเกินเกณฑ์ปลอดภัย

ผลการศึกษาชี้น้ำฝนยุคนี้ไม่มีสถานที่แห่งใดปลอดภัยจากสาร PFAS หรือสารเคมีชั่วนิรันดร์ หวั่นสะสมในร่างกายจนอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตรวจพบสารเคมีอันตรายปนเปื้อนอยู่ใน “น้ำฝน” แต่เป็นการย้ำเตือนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งทุกคนต้องตระหนักและลงมือแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ผลการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ในสวีเดน ที่เผยแพร่ลงในวารสาร Environmental Science & Technology สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นไปอีกถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในการบริโภคน้ำฝน โดยมีการระบุว่า

ไม่มีที่ใดในโลกนี้ แม้แต่ดินแดนห่างไกลในทวีปแอนตาร์กติกา หรือที่ราบสูงทิเบต ที่จะปลอดภัยจากสารโพลีฟลูออโรอัลคิล และเพอร์ฟลูออโรอัลคิล (PFAS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สารเคมีชั่วนิรันดร์” (Forever Chemicals) ซึ่งปนเปื้อนอยู่ใน “น้ำฝน” ที่ตกลงมาทั่วโลก ทำให้น้ำฝน “ไม่ปลอดภัย” สำหรับบริโภคอีกต่อไป

น้ำฝนเย็นชื่นใจมีแค่ในอดีต ทั่วโลกพบฝนปนเปื้อนสารเคมีเกินเกณฑ์ปลอดภัย

ทั้งนี้ ระดับการปนเปื้อนของ PFAS ยังสูงเกินระดับมาตรฐานความปลอดภัยของน้ำดื่มตามที่รัฐบาลสหรัฐกำหนดไว้มากถึง 14 เท่า ขณะเดียวกันยังระบุว่าพบหลักฐานว่าสารเหล่านี้แพร่กระจายอยู่ในดินและในบรรยากาศทั่วโลก

สำหรับสาร PFAS เป็นสารเคมีที่ประกอบด้วยคาร์บอนและฟลูออรีนที่มนุษย์สร้างขึ้นมาราว 4,500 ชนิด เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เสื้อผ้ากันน้ำ สี กาว กระดาษ เฟอร์นิเจอร์ พรม สารเคลือบเครื่องครัวเทฟลอนบนหม้อและกระทะ โฟมดับเพลิง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แชมพู และเครื่องสำอางบางชนิด และเป็นสารเคมีที่อยู่ได้นานกว่าหลายพันปีจนถูกเรียกว่าเป็น “สารเคมีชั่วนิรันดร์” เพราะมันไม่สูญสลาย และสามารถตกค้างสะสมในดิน น้ำ และกระจายทั่วชั้นบรรยากาศ กระทั่งร่วงหล่นลงสู่พื้นอีกครั้งจากสายฝน

แม้งานวิจัยที่ผ่านมายังไม่อาจสรุปได้อย่างแน่นอนว่า PFAS เป็นสารก่อมะเร็งและส่งผลร้ายต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่าหากไม่จำกัดปริมาณการใช้สาร PFAS ตอนนี้ จะทำให้เกิดผลร้ายต่อมนุษย์ในอนาคตอย่างแน่นอน

น้ำฝนเย็นชื่นใจมีแค่ในอดีต ทั่วโลกพบฝนปนเปื้อนสารเคมีเกินเกณฑ์ปลอดภัย

โดยก่อนหน้านี้มีการศึกษาที่ชี้ว่า หากมี PFAS สะสมในร่างกาย อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง อย่างภาวะการเจริญพันธุ์ลดลง พัฒนาการล่าช้าในเด็ก ลดความสามารถของระบบภูมิคุ้มกัน รบกวนการทำงานของฮอร์โมนตามธรรมชาติของร่างกาย ยังเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วน หรือเพิ่มโอกาสในการป่วยด้วยโรคมะเร็งบางชนิด อย่างเช่น ต่อมลูกหมาก ไต และอัณฑะ รวมทั้งการมีระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มสูง นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ผลกระทบต่อสุขภาพจาก PFAS นั้น ไม่ต่างจากไมโครพลาสติก ขณะที่สรุปว่า “ทุกชีวิต” บนโลกนี้มีความเสี่ยงเหมือนกัน เนื่องจากปริมาณของสารเคมีนั้นเกินขอบเขตที่ปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์แล้ว

ในส่วนของการดื่มน้ำฝนที่ผ่านการต้ม การกรอง หรือกระบวนการบำบัดน้ำที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในปัจจุบัน ทำให้เราปลอดภัยจากเชื้อโรคบางส่วนเท่านั้น ทว่า ยังไม่อาจสะสางสารเคมี PFAS ได้หมดจด น้ำฝนทุกวันนี้จึงไม่เหมาะแก่การดื่ม เพราะต่อให้กลไกในร่างกายจะสามารถขับสารเคมีออกได้บางส่วน แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่ามันจะถูกขับออกไปได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์มยังชี้ว่า การควบคุมปริมาณสาร PFAS ไม่ให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมจนเกินระดับมาตรฐานนั้น ปัจจุบันไม่อาจจะทำได้โดยง่ายในทางปฏิบัติ ทั้งยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ จะลดหย่อนผ่อนปรนเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวให้ต่ำลงเรื่อยๆ เพราะไปขัดขวางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่นการก่อสร้างอาคารและอุตสาหกรรมต่าง ๆ

 

ข่าวล่าสุด